หลังผู้การเซี่ยกลับไปแล้ว แม่เซี่ยก็เอาแต่ถอนหายใจอยู่ที่บ้าน
“นี่มันเรื่องอะไรกัน…” แม่เซี่ยรู้สึกใจไม่ค่อยดีขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ แต่ก็พูดไม่ถูกว่ากังวลเรื่องอะไร
ผู้การเซี่ยถามเธอด้วยสีหน้าอ่านไม่ออก “ทำไมคุณถึงยอมให้เซี่ยหว่านอวี้ค้นตัวเยาวชนมีการศึกษาถงฮว่า?
คุณก็คิดว่าของเป็นเธอที่เอาไปหรือ?”
แม่เซี่ยรีบตอบ “จะเป็นไปได้ยังไง? เสี่ยวถงไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย!”
ผู้การเซี่ยไม่เข้าใจ “ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงยอมล่ะ?”
แม่เซี่ยก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน “ฉันก็แค่อยากให้เรื่องจบเร็ว ๆ ไม่ใช่หรือไง?
ยังไงเสี่ยวถงก็ต้องแต่งเข้าบ้านเราอยู่แล้ว หว่านอวี้เข้าใจเธอผิด ก็ต้องทำให้เข้าใจกันให้ได้สิ”
ผู้การเซี่ยถาม “เพราะอย่างนั้นคุณถึงยอมให้ค้นตัวเยาวชนมีการศึกษาถงฮว่า? ค้นกระเป๋าของเธอด้วย?”
แม่เซี่ยรีบอธิบาย “ตอนฉันยังสาวก็เคยถูกค้นตัว แล้วก็เคยค้นตัวคนอื่นเหมือนกัน เรื่องนี้มันไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่?
ถ้าไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องกลัวเงาตัวเอง นี่ไม่ได้แปลว่าฉันสงสัยว่าเธอทำอะไรสักหน่อย”
ผู้การเซี่ยถอนหายใจ “ตอนคุณยังสาว คนที่ค้นตัวคุณเป็นใคร?
แล้วคุณค้นตัวคนอื่นเพราะอะไร?
เยาวชนมีการศึกษาถงเป็นศัตรูหรือ? คุณเป็นศัตรูหรือไง?”
แม่เซี่ยถึงได้ตั้งสติ นี่มัน… ปัญหาอยู่ที่เธอจริง ๆ หรือ?
“แล้วจะทำยังไงดี? ฉันเชิญเธอมากินข้าวอีกสักมื้อไหม?”
ผู้การเซี่ยพูดดักไว้ก่อน “เรื่องนี้ผมจะไม่เข้าไปยุ่ง จะจัดการยังไงก็จัดการไปตามนั้น”
แม่เซี่ยยังไม่เข้าใจความหมายของผู้การเซี่ย
