คำพูดนั้นราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ สำหรับข่งมี่เสวี่ย!
เธอไม่คิดเลยว่ากู้จินเยว่จะมองเธอแบบนี้
เขาไม่รู้สึกซาบซึ้งบ้างหรือไง?
เธอชอบเขา แต่ไม่เคยคิดจะครอบครองเขาเลย!
“อย่าร้องไห้เลย” กู้จินเยว่ใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำตาที่หางตาให้เธอ
ข่งมี่เสวี่ยมองเขาด้วยดวงตาคลอหยาดน้ำตา
“เราไปที่นั่นกันก่อนเถอะ!” กู้จินเยว่เอ่ย
ข่งมี่เสวี่ย “……”
“เธอไม่เคยให้พวกเราเข้าไปในห้องเลยนะ!” ข่งมี่เสวี่ยรีบร้อนห้ามเขา
กู้จินเยว่เพิ่งนึกขึ้นได้ “ฉันจะให้ชุนซู่ไปตามเธอมา”
ข่งมี่เสวี่ยไม่พูดอะไรอีก
ในใจเธอสับสนยุ่งเหยิงไปหมด
ดูเหมือนเธอจะทำสำเร็จแล้ว
แต่นี่เรียกว่าสำเร็จหรือเปล่า?
เธอแต่งงานแล้วหรือยัง?
หรือว่ายังไม่ได้แต่ง?
ถงชุนซู่คิดว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า?
“พี่เรียกถงฮว่ามาทำไม อยากโดนต่อยหรือไง?”
กู้จินเยว่หน้าคล้ำลง “พูดอะไรเหลวไหล ฉันกับมี่เสวี่ยตัดสินใจจะแต่งงานกันแล้ว”
ถงชุนซู่เดาไว้นานแล้วว่าพวกเขาจะแต่งงานกัน แต่พอได้ยินเข้าจริง ๆ ในใจก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบ
แต่พวกเขาแต่งงานกัน แล้วจะเรียกถงฮว่ามาทำไม?
“อย่าทำเกินไปนะ! พี่จะแต่งงานกับพี่มี่เสวี่ย แล้วยังจะเรียกถงฮว่ามาดูอีกหรือไง?”
ถงชุนซู่คิดว่ากู้จินเยว่คงอยากทำเหมือนเมื่อก่อน ตั้งใจทำอะไรสักอย่างเพื่อยั่วโมโหถงฮว่า
กู้จินเยว่บอกว่า “ถงฮว่าไม่ได้บอกนายหรือไง ว่าถ้าฉันจะแต่งงานกับมี่เสวี่ย ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากเธอก่อน?”
ถงชุนซู่ใช้นิ้วแคะหู “พี่พูดว่าอะไรนะ? เรียกถงฮว่ามาทำไม?”
กู้จินเยว่ตอบว่า “ฉันกับมี่เสวี่ยแต่งงานกันได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากถงฮว่าก่อน”
ถงชุนซู่เบิกตาค้าง มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ “……”
“ยืนงงอยู่ทำไม ไปช่วยเรียกเธอมาหน่อย!”
