“อ๋อ ๆ!” เจียงฉู่เหยาทำตามอย่างว่าง่าย หยิบตะเกียบสะอาดคู่หนึ่งขึ้นมาคลุกเส้นบะหมี่ในหม้อให้เข้ากัน
เส้นบะหมี่สีขาวสะอาดตา ไม่นานก็เคลือบน้ำปรุงรสของปลาเผาจนทั่ว เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อและดูมันวาว
หัวไช่ทำท่าราวกับนักชิม ยกนิ้วโป้งให้หลี่ฉางชิง “กินเป็นนี่! รสนิยมดี!”
พูดจบก็ใช้ตะเกียบคีบเส้นบะหมี่จากหม้อขึ้นมาหนึ่งคำ ใส่ลงในชามตัวเอง
เจ้าลิงรีบคีบตาม ไม่อย่างนั้นเส้นคงจับตัวเป็นก้อนจริง ๆ
มีเพียงกัวฉงหมิงที่เพิ่งได้สติขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อเห็นหลี่ฉางชิงถือหม้อ ส่วนเจียงฉู่เหยากำลังคลุกเส้นอยู่ตรงนั้น
บรรยากาศเหมือนสามีร้องภรรยารับ นี่จะเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่ไหนกัน เห็นชัด ๆ ว่าเป็นผัวเมีย!
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าเส้นในหม้อไม่อร่อยขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วนี่เขามาทำอะไรที่นี่กันแน่ ถึงได้ลืมไปหมดแล้ว!
“ซู้ด ๆ!”
หัวไช่คีบเส้นบะหมี่ขึ้นมา เป่าสองทีพอเป็นพิธีแล้วก็ยัดเข้าปาก เสียงซู้ดซ้าดดังไม่หยุด
กัวฉงหมิงเหลือบมอง เห็นอีกฝ่ายกินอย่างเอร็ดอร่อย ใจก็เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
ตอนนั้นเจ้าลิงก็คีบเส้นบะหมี่เข้าปากหนึ่งคำ แล้วเริ่มกินเหมือนกัน เสียงซู้ดดังสลับกันไปมา
หลี่ฉางชิงวางหม้อลง ก่อนหยิบชามกับตะเกียบที่เย็นชืดไปนานแล้วขึ้นมาคีบเส้นกินบ้าง
ระหว่างคีบ เขาก็มองกัวฉงหมิง “สารวัตรกัว ไม่กินแล้วเหรอครับ? ผมตั้งใจต้มเส้นของคุณเลยนะ”
กัวฉงหมิงกระแอมเบา ๆ ก่อนลุกไปคีบเส้น “เฮ้อ ฉันอิ่มแล้ว แต่เธอต้มส่วนของฉันมาแล้ว ถ้าไม่กินก็เสียดายแย่”