หลี่ฉางชิงไม่ได้พูดอะไร แค่วางตะกร้าสะพายหลังลงกับพื้น แล้วอุ้มเงินก้อนที่ห่อด้วยหนังสือพิมพ์ไปวางไว้บนเตียง
จากนั้นเขาก็ย่อตัวลง ล้วงไหใบใหญ่สีน้ำตาลเทาออกมาจากใต้เตียง เป็นไหแบบที่ชาวชนบทนิยมใช้หมักขิงดองกับพริกดอง
“ไหดองผักเหรอ?” เจียงฉู่เหยามองไหแล้วเลิกคิ้ว “นายจะเอาเงินใส่ไว้ในไหเหรอ?”
หลี่ฉางชิงหมุนไหกลับมา อีกด้านหนึ่งมีแผ่นยันต์สีเหลืองติดอยู่ด้วย!
เจียงฉู่เหยาสะดุ้งโหยง สีหน้าซีดเผือดในทันที เธอชี้ไปที่ไหแล้วถอยหลังไปหลายก้าว
“นี่คงไม่ใช่ไหใส่อัฐิใช่ไหม?”
หลี่ฉางชิงยิ้ม “เธอไม่รู้อะไรเสียแล้ว ยันต์นี่ฉันเอากระดาษเงินกระดาษทองที่เผาตอนตรุษจีนมาวาดมั่ว ๆ ด้วยเลือดไก่ เมื่อก่อนมีคนมาขโมยของที่บ้าน วางไว้ตรงไหนก็ไม่ปลอดภัย ฉันเลยซื้อไหมาใบหนึ่ง แปะยันต์นี่ไว้ แล้วเอาของมีค่าใส่เข้าไป พวกนั้นเห็นแล้วก็ไม่กล้ามายุ่งกับไหใบนี้”
เจียงฉู่เหยาได้ยินอย่างนั้นถึงค่อยเดินเข้ามาอย่างหวาดผวา “ตอนนอนกลางคืน นายไม่กลัวเหรอ? ทั้งไหทั้งยันต์เหลือง ดูแล้วน่ากลัวจะตาย”
หลี่ฉางชิงเปิดฝาไหพลางพูดว่า “ไหก็ซื้อมาไว้ดองผัก ส่วนยันต์ฉันวาดขึ้นมาหลอกคนเอง พวกเราเกิดใต้ธงแดง เติบโตท่ามกลางสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ เป็นคนหนุ่มสาวยุคใหม่ จะไปงมงายเรื่องพวกนั้นทำไม”
ชาติที่แล้วหลี่ฉางชิงเชื่อเรื่องพวกนี้จริง ๆ คนในครอบครัวก็เชื่อ เขาเองก็เชื่อมาตั้งแต่เด็ก
แต่หลังจากไปทำงานที่กว่างตงกับกว่างซี เขาก็พบว่าความรู้ต่างหากคือพลัง
ถ้าไม่มีฝีมือ ไม่มีความรู้ ต่อให้เชื่อใครก็ต้องอดตายอยู่ดี