ท่านหลิวถอนหายใจออกมา ครั้นเห็นซื่อจื่อซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางส่งสัญญาณให้เขานั่งลง จึงกล้าลงนั่งตรงข้ามคนทั้งสอง
บุรุษสองคนที่มาเยือนกะทันหันแต่เช้าตรู่วันนี้ ไม่ใช่คนที่คนทั่วไปจะได้พบเห็นกันบ่อยนัก
ผู้ที่อายุมากกว่าและสุขุมหนักแน่นกว่าคือซื่อจื่อแห่งอ๋องหนิง
อ๋องหนิงเป็นพระเชษฐาขององค์จักรพรรดิในปัจจุบัน มีดินแดนศักดินาอยู่ในเจียงหนานอันมั่งคั่ง เห็นได้ว่าราชวงศ์ทรงเอาใจใส่พระเชษฐาผู้นี้ยิ่งนัก
ส่วนอีกคน...
ฐานะยิ่งสูงส่งไม่ธรรมดา
เป็นหลานชายของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ลูกพี่ลูกน้องขององค์รัชทายาท และหลานชายคนโปรดที่สุดของแม่ทัพเฒ่าเหวยฝู่ ผู้ได้รับสมญานามว่าแม่ทัพผู้มีชัยไม่เคยแพ้แห่งแดนต้ายวี
สมัยเด็กเข้าออกวังหลวงราวกับกลับบ้านตนเอง เป็นจอมมารน้อยผู้เลื่องชื่อแห่งเมืองหลวง
ด้วยเหตุผลพิเศษบางประการ ชื่อที่ใช้ภายนอกจึงมิได้ใช้นามสกุลฝ่ายพระมารดาของฮองเฮา แต่ใช้นามสกุลตามมารดาของตน คือสกุลฮวา
ทว่าตระกูลเหวยฝู่ยังคงบันทึกชื่อและลำดับของเจ้าหนูนี่ไว้ในผังตระกูล โดยใช้ชื่อว่าเหวยฝู่เช่าอวี่
เพราะในรุ่นนี้ของตระกูลเหวยฝู่ เขามีลำดับที่สิบสอง ผู้คนจึงเรียกขานว่าท่านสิบสอง
คนทั้งสองเบื้องหน้าล้วนเป็นเชื้อพระวงศ์และพระญาติของราชสำนักตัวจริง
แขกผู้สูงศักดิ์เช่นนี้ ต่อให้ท่านหลิวจุดโคมออกตามหาแล้วก้มกราบ ก็ใช่ว่าจะได้พบเห็นในยามปกติ
“ท่านสิบสอง เมื่อครู่ท่านชมเหตุการณ์จนทั่วแล้ว มองออกหรือไม่ว่ามีอะไรบ้าง?” ท่านหลิวถามเสียงเบา
ท่านสิบสองยิ้ม พลันนั่งตัวตรง ดวงตาดอกท้อคู่งามเหลือบมองซื่อจื่อที่นั่งอยู่ตรงกลาง ก่อนค่อย ๆ เอ่ยขึ้น
“มองอะไรออกหรือ?
ไม่เลย ข้ากัวแต่ดูสาวงามน้อยสู้ศึกอย่างดุเดือดเพื่อปกป้องชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของตน จะมีเวลามองเรื่องอื่นได้อย่างไรเล่า!” ท่านสิบสองกล่าวพลางยิ้มตาหยี
“ท่านสิบสอง โปรดอย่าหยอกล้อข้าน้อยเลย
เรื่องนี้จะว่าใหญ่ก็ใหญ่ จะว่าเล็กก็เล็ก แต่เดิมไม่จำเป็นต้องขึ้นศาล ทว่าตอนนี้กลับเลื่องลือไปทั่วเมืองกูซูแล้ว
เฮ้อ เรื่องนี้ยังพัวพันถึงคุณหนูตระกูลมั่งคั่งกับบรรดาบัณฑิตที่เพิ่งสอบผ่านอีก...” เจ้าเมืองหลิวมีสีหน้ากลัดกลุ้ม
