“ถอนหมั้นหรือ? ยายหนูสี่ เจ้าคิดดีแล้วหรือ?”
ไม่ว่าจะถอนหมั้นด้วยเหตุผลใด ย่อมส่งผลต่อชื่อเสียงของหญิงสาวอยู่บ้าง
เรื่องวันนี้...มิใช่ว่ากระจ่างชัดแล้วหรือ?”
เย่เอ้อร์เย่ บิดาของเย่ฉือซู เหลือบมองท่านปู่ตระกูลเย่ที่อยู่ในบ้านก่อน แล้วจึงเอ่ยขึ้น
เย่ฉือซูไม่พูดอะไร เพียงมองท่านปู่ตระกูลเย่อยู่เงียบ ๆ
ท่านปู่เย่มองบุตรชายคนรอง แล้วหันมามองเย่ฉือซูอีกครั้ง
“ยายหนูสี่ ลองบอกปู่มาสิว่าเหตุใดเจ้าจึงอยากถอนหมั้น? เป็นเพราะวันนี้ถูกทำให้ขุ่นข้องใจหรือ?” ท่านปู่เย่ถาม
เย่ฉือซูมองท่านเย่ผู้มีหนวดเคราขาวโพลน แต่ยังคงกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา แล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ท่านปู่ พี่ชายตระกูลซูมิใช่คู่ครองที่เหมาะสม หลานไม่อยากฝืนใจตนเอง และไม่อยากให้ตระกูลเย่ต้องฝืนใจเช่นกัน” เย่ฉือซูกล่าวอย่างจริงจัง
แววตาท่านปู่เย่ฉายประกายวาบ พลางลูบหนวดเคราสีดอกเลา
“ยายหนูสี่ คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไร? เล่าให้ปู่ฟังให้ดี
เหตุใดเจ้าจึงต้องฝืนใจ แล้วตระกูลเย่ต้องฝืนใจด้วย?”
เย่ฉือซูยอบกายคำนับเบา ๆ
“ท่านปู่ ตอนสิ่งของในอ้อมอกของจวี่เหรินหวังหล่นออกมา พี่ชายตระกูลซูไม่ได้เชื่อข้าเป็นคนแรก
เขา...ไม่ได้ปกป้องข้า! เขาไม่เชื่อข้า!” เย่ฉือซูกล่าวเสียงเบา
ท่านปู่เย่ได้ยินแล้วก็หรี่ตาลง
“ไม่ได้ปกป้องเจ้าหรือ?”
“ใช่! ปฏิกิริยาแรกของเขาคือผิดหวัง จากนั้นก็พูดกับจวี่เหรินหวังคนนั้นทำนองว่าเขายินดีทำให้ผู้อื่นสมหวัง
ท่านปู่ หากเขาเป็นคู่ครองที่เหมาะสมจริง ๆ เขาจะซ้ำเติมข้าในสถานการณ์เช่นนั้นหรือ?” เย่ฉือซูถามย้อน
ท่านปู่เย่พยักหน้า แล้วโบกมือให้เย่ฉือซู
“ถ้าเจ้าอยากถอนหมั้น เช่นนั้นก็...ถอนเถิด!
วันนี้เจ้าถูกทำให้ขุ่นข้องใจ ทั้งยังคงเหนื่อยแล้ว กลับไปพักผ่อนแต่เนิ่น ๆ พรุ่งนี้ค่อยไปคารวะท่านย่า
