เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เข็มนาฬิกาบนผนังค่อย ๆ เคลื่อนไปยังเลขสิบสองอย่างมั่นคง
เที่ยงวัน เป็นช่วงที่แสงแดดแผดจ้าที่สุด
เหล่าครูเดินไปตามแถวที่นั่ง ปลุกนักเรียนที่หลับสนิทขึ้นมาทีละคน
วัยรุ่นอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีเหล่านี้ลืมตาขึ้นอย่างงุนงง ใบหน้ายังเปื้อนแววสะลึมสะลือ
ซุนหล่างขึ้นไปยืนบนแท่นบรรยายด้านหน้าหอประชุม กวาดตามองไปรอบ ๆ
ภายในหอประชุมค่อย ๆ เงียบลง
“ตอนนี้ขอแจ้งกำหนดการอพยพ”
เสียงของเขาดังผ่านไมโครโฟนไปถึงหูนักเรียนอย่างชัดเจน
“อีกสักครู่จะแบ่งเป็นกลุ่มละ 200 คน พวกเราห้าคนจะคุ้มกันไปจนถึงด้านนอกประตูโรงเรียน”
“ด้านนอกโรงเรียน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจัดเตรียมพื้นที่โล่งไว้แล้ว ครอบครัวของพวกเธอได้รับแจ้งล่วงหน้า พอออกไปแล้วจะมีคนทยอยมารับกลับบ้าน”
“ตลอดทางจะมีคนของเราคอยคุ้มกัน ไม่ต้องกลัว”
สิ้นเสียง ภายในหอประชุมก็เกิดความโกลาหลขึ้นชั่วขณะ
ข่าวว่าจะได้กลับบ้านมีผลยิ่งกว่าคำปลอบใจใด ๆ
เด็กหนุ่มสองสามคนแถวหน้าถึงกับตื่นเต้นจนลุกพรวดขึ้นมา
“เงียบ!”
ครูประจำชั้นตะโกนจนสุดเสียง ใช้แรงอยู่ไม่น้อยกว่าจะกดความวุ่นวายลงได้
เมื่อเห็นว่าภายในหอประชุมเงียบลงแล้ว ซุนหล่างก็พูดต่อ
“ขอแจ้งกฎอีกสามข้อ”
“ข้อหนึ่ง เดินตามขบวนให้ชิด แถวละสามคน
ข้อสอง ห้ามวิ่ง ห้ามตะโกนระหว่างทาง ห้ามทิ้งแถว
ข้อสาม ทุกคนต้องทำตามคำสั่ง”
“ทำได้ไหม?”
“ได้!”
เสียงตอบรับที่ดังขึ้นประปราย ไม่นานก็ประสานเป็นเสียงเดียวกัน
