สะพานหินทอดยาว รถแล่นอยู่พักใหญ่กว่าจะข้ามจากฝั่งนี้ไปถึงอีกฝั่ง
พอลงจากสะพาน ถนนก็กลับมาขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่ออีกครั้ง
เมื่อห่างจากแม่น้ำสายใหญ่ รถออฟโรดก็แล่นลึกเข้าไปในเขาอีกระยะหนึ่ง
พอข้ามเนินลาดลูกหนึ่ง หวังไห่ก็ร้องขึ้นอย่างประหลาดใจ
“พี่เหยี่ยน ดูข้างหน้าสิ”
ในความมืดยามราตรี มีแสงไฟประปรายลอยอยู่
กระจัดกระจาย ฝังตัวอยู่ในความมืดมิดไร้ขอบเขต
ตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่ใหญ่โตนัก มีแนวเขาชางอวิ๋นทอดตัวอยู่ด้านหลัง และมีลำธารสายหนึ่งไหลผ่านกลางตำบล
ยามนี้ แสงไฟเหล่านั้นคือป้ายบอกทางที่ดีที่สุด
“ใกล้ถึงบ้านแล้ว” หวังไห่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เสียงอะไรน่ะ?” โจวหนิงเอ่ยขึ้นกะทันหัน
โจวเหยี่ยนเหยียบเบรกทันที
รถออฟโรดจอดอยู่ข้างทาง
ครืนครั่น
ครืนครั่น
เสียงทุ้มต่ำดังต่อเนื่องเป็นระลอก กลิ้งมาจากส่วนลึกของหมู่เขา
ไม่ขาดสาย
ทั้งสามลงจากรถ ตั้งใจฟังให้ชัดขึ้นและมองให้เห็นถนัดกว่าเดิม
กระแสอุ่นไหลเวียนเข้าสู่หูทั้งสองข้าง
ยาวนานและอ้างว้าง
“พี่…ดูนั่น”
เสียงของโจวหนิงสั่นเครือ
โจวเหยี่ยนหันไปมองตามทิศทางที่เธอชี้
ในความทรงจำของเขา ตรงนั้นคือหมู่เขาแห่งฉินหลิ่ง
ภูเขาสูงแต่ละลูกผุดทะยานขึ้นจากเส้นขอบฟ้า พุ่งตรงสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน
แต่ละลูกสูงหลายพันเมตร หรือกระทั่งสูงถึงหมื่นเมตร
ลูกแล้วลูกเล่า ต่อเนื่องเป็นผืนกว้าง มองไปสุดลูกหูลูกตา
ภูเขาใหญ่หลายร้อยหลายพันลูกปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนั้น
