ณ เทือกเขาฉินหลิ่ง ในภูเขาไร้ชื่อแห่งหนึ่ง โจวเหยี่ยนกำลังฝ่าพงไพรเพื่อตามหาคู่ต่อสู้คนต่อไป
เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังมาเป็นระลอกจากที่ไกล
ฝูงนกแตกตื่นบินว่อน สัตว์ป่าพากันหนีเตลิด
โจวเหยี่ยนชะงักฝีเท้า
“หรือจะมีสมบัติล้ำค่าถือกำเนิดขึ้น?”
เขาเร่งฝีเท้าพุ่งไปตามเสียง
เมื่อข้ามสันเขาลูกหนึ่งและมองผ่านกิ่งใบที่ซ้อนทับกัน เสียงต่อสู้ก็ดังมาจากเบื้องหน้าไม่ไกล
กลางลานโล่งในป่า สัตว์ยักษ์รูปร่างคล้ายหมาป่ากำลังต่อสู้พันตูกับวานรตัวสูงใหญ่
หมาป่าตัวนั้นมีขนสีเทาเงินทั่วร่าง หน้าผากมีแถบสีขาวดุจจันทร์ นั่นคือราชันหมาป่าจันทราเงินที่โจวเหยี่ยนตามหามานาน
ส่วนวานรที่อยู่ตรงข้าม คาดเดาตัวตนได้ไม่ยาก เป็นวานรยักษ์ที่เคยร่วมมือกับลิงเฒ่าชิงวาสนาในวันนั้น
วานรยักษ์ถือกระบองไม้ไผ่สีม่วงอยู่ในมือ ต่อสู้กับราชันหมาป่าได้อย่างสูสี
แล้วลิงเฒ่าล่ะ?
โจวเหยี่ยนกวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่เห็นเงาของวานรตัวนั้นเลย
กลับพบว่าบนหน้าผาไม่ไกลนัก มีดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่งงอกอยู่ระหว่างผาหินอย่างเงียบงัน
กลีบดอกซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ตรงใจกลางมีแสงใสระยิบระยับดวงหนึ่งรวมตัวอยู่ เมื่อแสงอาทิตย์เปลี่ยนผัน แสงนั้นก็สว่างวูบวาบ
ดวงตาโจวเหยี่ยนเป็นประกาย
บุปผาจันทราวิญญาณ
มันคือของวิเศษฟ้าดินชนิดหนึ่งที่บันทึกไว้ใน《บทเรียนแรกของผู้บำเพ็ญเพียร》ช่วยหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในและฟื้นฟูรากฐานเลือดลม หากเป็นบาดแผลทั่วไป แค่กินเข้าไปหนึ่งดอกก็ช่วยยื้อชีวิตไว้ได้ครึ่งหนึ่ง
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์ นับเป็นของล้ำค่าที่ใครเห็นก็ต้องตาลุกวาว
