รัตติกาลมืดสนิทราวหมึก แผ่ปกคลุมทั่วทั้งค่ายทหารจนเงียบสงัด
พอการเลี้ยงสังสรรค์เลิกรา เสี่ยวจ้านก็รีบร้อนมุ่งหน้าไปยังส่วนรับรองทันที
ภรรยาของเขาไม่เพียงเขียนหนังสือได้ ยังวาดแบบแปลนเป็นอีกด้วย ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ
เธอคงไม่ใช่หญิงร้ายกาจจำแลงมาใช่ไหม
ปลดปล่อยกันมาตั้งกี่ปีแล้ว ไม่น่าจะมีหญิงร้ายกาจอยู่หรอก
เมื่อผลักประตูห้อง 203 ของส่วนรับรองเข้าไป กลิ่นหอมคุ้นเคยผสมกลิ่นจาง ๆ ของสบู่ก็ลอยอบอวลเข้ามา
ใต้แสงไฟ เจียงซูหรงนั่งอยู่ริมเตียง มือถือหนังสือเล่มหนึ่ง คล้ายกำลังอ่าน แต่สายตากลับเหลือบมองไปทางประตูเป็นระยะ
เธอสวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีเรียบ ผมยาวสยายคลอไหล่ ยิ่งขับให้ใบหน้านั้นดูน่ารักสดใสชวนมอง
พอได้ยินเสียงเปิดประตู เธอก็เงยหน้าขึ้นทันที ดวงตากลมใสคู่นั้นพลันเปล่งประกาย
“ที่รัก กลับมาแล้วเหรอ!”
เธอวางหนังสือลง แล้ววิ่งมาหาเขาไม่กี่ก้าวราวกับนกน้อยแสนร่าเริง ก่อนจะยื่นมือโอบเอวเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
เสี่ยวจ้านไม่ขยับ เขาก้มหน้ามองเธอนิ่ง ๆ
สายตาของเขาจดจ่อและแฝงความรู้สึกซับซ้อน ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงซูหรงชะงักไปเล็กน้อย
“เป็นอะไรไป” เธอเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงเจือความระมัดระวัง “วันนี้เข้ารับตำแหน่งใหม่ไม่ราบรื่นหรือ”
เธอยื่นนิ้วมือเย็น ๆ ไปแตะแก้มเขาเบา ๆ
ร่างของเสี่ยวจ้านชะงักไป ก่อนจะคว้ามือซุกซนของเธอเอาไว้
