เจียงซูหรงพูดถึงตรงนี้ก็ยิ้มเยาะตัวเอง
“แม่ชอบพูดว่า ถ้าพี่ชายฉันยังอยู่ ถ้าพ่อยังอยู่ บ้านเราก็คงไม่เป็นแบบนี้ แม่ชอบพูดว่า ทั้งหมดเป็นเพราะความจน เพราะไม่มีเงิน พี่ชายถึงได้เกิดเรื่องข้างนอก แม่คิดว่าแค่มีเงิน มีคนคอยหนุนหลัง ก็จะใช้ชีวิตได้ดี”
“เพราะงั้นพอคุณกลับมาเยี่ยมบ้าน... แม่ก็เหมือนคนจมน้ำที่คว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้”
ทุกเรื่องในตอนนี้ล้วนมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลขึ้นมาทันที
การบีบบังคับให้แต่งงานอย่างแทบจะเข้าขั้นหมกมุ่นของนางหลิว รวมถึงพฤติกรรมอาละวาดในหมู่บ้าน ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคือการดิ้นรนครั้งสุดท้ายและความสิ้นหวังของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกชีวิตบดขยี้จนหมดสิ้น
เสี่ยวจ้านรู้สึกว่าลำคอตีบตัน พูดอะไรไม่ออกสักคำ
ที่ผ่านมาเขาเกลียดการใช้ศีลธรรมมาบีบบังคับของนางหลิว และพาลโกรธเจียงซูหรงไปด้วย
แต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกจนทนไม่ไหว
เขายื่นมือออกไป ใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบแก้มเธอเบา ๆ
ท่าทางของเขาเก้ ๆ กัง ๆ ถึงขั้นแข็งทื่อไปบ้าง แต่กลับอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เจียงซูหรงไม่ได้หลบ
“สามี” เธอเอ่ยขึ้นกะทันหัน น้ำเสียงติดจมูกเล็กน้อย นุ่มนวลออดอ้อน ราวกับกำลังอ้อนเขาและระบายความในใจไปพร้อมกัน
“พี่ชายฉันก็จากไปแล้ว พ่อก็จากไป ตอนนี้... แม่ก็จากไปแล้ว”
เธอยกแขนทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบคอเขาแน่น ซุกหน้าลงตรงซอกคอของเขา
“ตอนนี้ฉันไม่มีบ้านแล้ว”
เสียงของเธออู้อี้ แฝงความสั่นเครือที่สังเกตได้ยาก
“ตอนนี้ก็เหลือแค่คุณแล้ว”
