ในที่สุดครอบครัวของเจียงต้าเฉียงก็ไม่กล้าจากไป
ระหว่างกลับหมู่บ้านไปใช้ชีวิตยากจนต่อ กับอยู่ในเมืองเป็นแรงงานหนัก เมื่อชั่งน้ำหนักความทุกข์สองทาง พวกเขาก็เลือกอย่างหลัง อย่างน้อยที่นี่ก็มีข้าวให้กิน
ดังนั้น วันรุ่งขึ้น ทุกซอกทุกมุมของกองพัน 732 จึงปรากฏร่างหลายร่างที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศเอาเสียเลย
ที่ลานก่อสร้างปรับปรุงหอพักนายทหารโสด มี “แรงงานแข็งแรง” เพิ่มมาอีกคนหนึ่ง เขาพุงพลุ้ย แค่ยกอิฐสองก้อนก็หอบแฮก ๆ
ชาตินี้เจียงต้าเฉียงไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้มาก่อน ทำงานวันเดียวเอวก็แทบหัก มือเต็มไปด้วยแผลพุพอง
เหล่านายทหารหนุ่มร่างกายแข็งแรงที่ลานก่อสร้างมองเขาราวกับกำลังดูตัวตลก
ข้างคอกหมูของหน่วยทำครัว มีผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่มมา เธอบีบจมูก สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ
เมียของเจียงต้าเฉียงมองถังใบใหญ่หลายใบที่มีไอร้อนลอยกรุ่น พร้อมกลิ่นเปรี้ยวเหม็นของอาหารหมู แทบอาเจียนออกมาตรงนั้น
มือคู่นี้ของเธอเคยชินกับการด่าทอและทะเลาะวิวาทในหมู่บ้าน จะเคยทำงานหยาบ ๆ คอยปรนนิบัติสัตว์แบบนี้ที่ไหนกัน
ในโรงพยาบาลกองก็มีคนชราสองคนเพิ่มมา แม้แต่กวาดพื้นยังไม่สะอาด
พวกเขามักฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใคร ลอบเข้าไปในห้องพยาบาลเพื่อดูว่าจะหยิบฉวยอะไรติดมือได้บ้าง แต่ทุกครั้งก็ถูกพยาบาลจับได้คาหนังคาเขา จนโดนมองค้อนใส่
ครอบครัวนี้กลายเป็น “คนดัง” ของทั้งกองพันอย่างรวดเร็ว
ทุกคนไม่พูดออกมา แต่ในใจรู้แจ้งแก่ใจ ใคร ๆ ก็มองออกว่า คุณที่ปรึกษาเจียงกำลัง “จัดการ” ญาติทางบ้านเดิมที่ไม่ได้เรื่องของเธอ
แต่การจัดการแบบนี้ ไม่มีใครพูดคำว่า “ไม่” ออกมาได้สักคำ
คุณที่ปรึกษาเจียงทำดีที่สุดแล้ว! จัดหาที่พักให้ หางานให้ทำ ให้พวกเขาพึ่งพาตัวเองได้ แบบนี้ผิดตรงไหน ในยุคนี้ “ไม่ทำงานก็ไม่ได้กิน” เป็นเหตุผลที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
ดังนั้นบารมีของเจียงซูหรงจึงไม่เพียงไม่ลดลง กลับยิ่งเพิ่มขึ้น
พวกผู้หญิงในหมู่บ้านครอบครัวทหารมารวมตัวกัน ต่างนับถือเธออย่างหมดใจ
“คุณที่ปรึกษาเจียงของเรานี่เก่งจริง ๆ! ต้องจัดการญาติไร้ยางอายแบบนี้อย่างนี้แหละ!”
“นั่นสิ ถ้าเป็นฉันคงไล่พวกเขาออกไปตั้งนานแล้ว ไม่เหมือนเธอ จัดการคนได้อยู่หมัดโดยไม่ต้องส่งเสียงดังสักคำ”
