“ก็เขานี่แหละ!”
หลิวเย่คว้าภูตเงาขึ้นมาหิ้วลอยหวือ ร่างของภูตเงาอ่อนปวกเปียกอยู่ในมือเขา แก้มขวาบวมเป่งจนแทบจำไม่ได้ สภาพน่าเวทนาถึงขั้นทำให้คนขับกับภูตประหลาดอีกสองตนรู้สึกสงสาร
“นี่มันโจรอะไรกัน นี่เพื่อนร่วมห้องของนายต่างหาก!”
โชคดีที่คนขับยังไหวพริบดี รีบอธิบายออกมาได้ทันควัน
“เพื่อนร่วมห้องเหรอ?”
“ใช่สิ นายคงไม่ได้คิดว่าบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้จะให้นายอยู่คนเดียวหรอกนะ? แถมยังฟรีอีก พวกเราไม่ต้องหาเงินกันหรือไง?”
หลิวเย่ครุ่นคิดแล้วก็เห็นด้วย จากนั้นจึงเอ่ยอย่างกระวนกระวายเล็กน้อย
“ขอโทษนะ ผมไม่รู้จริง ๆ นึกว่าเป็นโจรน่ะ”
พูดแล้วเขาก็มองภูตเงาอย่างสงสัย
“พี่ชาย ทำไมคนคนนี้ถึงดำปี๋แบบนี้ล่ะ?”
“...เป็นมิตรต่างชาติ”
“มิตรต่างชาติเหรอ!”
หลิวเย่ยิ่งกระวนกระวายกว่าเดิม ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะเผลอทำร้ายมิตรต่างชาติเข้าให้ ถ้าเรื่องบานปลายขึ้นมาอาจกลายเป็นปัญหาทางการทูตได้เลย!
“ใช่ นายทำร้ายมิตรต่างชาติ เรื่องนี้ใหญ่แล้ว รีบไปเถอะ ถ้าเขาตื่นขึ้นมาจะไม่ดีเอา” ชายชราตาเป็นประกาย รีบพูดขึ้น
ถ้าฉวยโอกาสส่งตัวก่อเรื่องนี่ไปได้ก็คงดีไม่น้อย
“ไม่ได้!”
แต่ใครจะรู้ว่าหลิวเย่กลับทำหน้าขึงขัง ปฏิเสธอย่างหนักแน่น
“คุณลุง ผมทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบเอง! ตั้งแต่เด็ก พี่กุ้ยหวาก็สอนผมว่าต้องเป็นคนมีความรับผิดชอบ!”
คนขับกับชายชรา “...”
กลับไปเมื่อไรจะจัดการฆ่าไอ้กุ้ยหวานั่นซะ!
