นี่เป็นค่ำคืนแรกของผมที่ซีถัง ตอนแรกคิดอะไรต่อมิอะไรเยอะไปหมด แต่ก็ค่อย ๆ ปลอดโปร่งขึ้นมา แล้วไม่นานก็ผล็อยหลับไป
คืนนี้แทบไม่ได้ฝันอะไรเลย พอได้นอนเต็มอิ่ม ฟ้ายังไม่ทันสางดี ผมก็ตื่นขึ้นมา
ผมอยากใช้ชีวิตอยู่ที่ซีถังแบบเรียบง่ายมากกว่าจะมาหาความสำราญ ก็เลยรีบลุกจากเตียงแต่เช้า ออกจากที่พักไปหาอาหารเช้ารองท้อง
สูดอากาศสดชื่นยามเช้าเข้าเต็มปอด เดินเล่นไปตามทางเดินคดเคี้ยวที่ปูด้วยแผ่นหินสีเทา ไม่ได้ตั้งจุดหมายให้ตัวเองเป็นนิสัย พอเดินจนเมื่อย ก็นั่งพักริมแม่น้ำ
ตะวันเริ่มสาดแสงอบอุ่นไปทั่วทุกมุมของซีถัง ฟังพยากรณ์อากาศเมื่อวานว่า วันนี้ร้อนที่สุดหลังปีใหม่ อุณหภูมิสูงสุดถึง 20 องศา อากาศจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นไออุ่น กลิ่นหอมของดอกไม้ใบหญ้า และกลิ่นอายของสายน้ำ
ไม่แปลกใจเลยที่ใครต่อใครถือว่าที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งการเยียวยาหัวใจที่แตกสลาย เพราะทั้งทิวทัศน์ก็งดงามราวกับภาพวาด เพราะมีพี่น้องร่วมชะตาที่ทุกข์ระทมจากความรักเช่นเดียวกัน เพราะต่างก็แบกความคาดหวัง ปรารถนาจะได้พบใครสักคนที่เข้าใจแก่นแท้ของความรัก กลั่นเอาความอบอุ่นออกมา แล้วมอบให้อีกครึ่งหนึ่งของหัวใจอย่างไม่ปิดบังอำพราง
นั่งลงบนขั้นบันไดริมฝั่ง จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบตัวหนึ่ง พ่นควันขาวโพลนพลางอาบแดดอุ่นไปด้วย
อีกฝากฝั่งนั่น ผมเห็นผู้หญิงใส่เสื้อนอกสีแดงอีกแล้ว ที่แท้ตอนเช้าเธอก็มาที่นี่เหมือนกัน เพียงแต่ไอ้ถงจื่อมันชอบนอนตื่นสาย เลยไม่เคยรู้
ผมหยิบเศษหินแบน ๆ ขึ้นมาจากข้างตัว เหวี่ยงข้อมือปาให้มันเด้งไปบนผิวน้ำทางฝั่งเธอ แต่ไม่รู้ว่าฝั่งมันแคบไป เศษหินกระโดดข้ามน้ำ สาดละอองน้ำกระเซ็นใส่เธอไม่เบี่ยงไม่บ่าย เธอหลบไม่ทัน น้ำเลยกระเด็นเปียกขากางเกง ส่วนเศษหินก็กระแทกโดนแขน แต่ดีว่าแรงมันอ่อนมากแล้ว
