คืนนั้นฉันแทบไม่ได้นอนเลย หากถามใจตัวเองดูแล้ว ฉันก็อยากย้อนกลับไปในอดีต กลับไปสู่วันเวลาที่เธอยังรักฉันอยู่ วันที่เราจับมือกันดื่มด่ำกับความสุขในความเงียบงัน
ทว่าในที่สุดฉันก็ยังคงมีชีวิตอยู่กับความเป็นจริง อยู่กับภาพแผ่นหลังของเธอที่หันหลังเดินจากไป และแล้วก็คิดถึงเธออย่างสุดซึ้ง ก่อนจะหัวเราะเยาะความใจร้ายของเธอ!
ราตรีเปลี่ยนเป็นรุ่งอรุณ แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านม่านเข้ามาในห้องในยามที่ฉันไม่ทันรู้ตัว สุดท้ายมาตกอยู่บนแจกันแก้วที่ปักดอกไม้ เกิดเป็นวงแสงเจ็ดสีเลือนราง ราวกับจะประกาศว่านี่คืออีกหนึ่งเช้าที่ยอดเยี่ยม
ใช่แล้ว ถึงแม้จะไม่มีแสงอาทิตย์มาประกาศ นี่ก็เป็นเช้าที่ยอดเยี่ยม เพราะจะมีคู่บ่าวสาวมาเข้าพิธีวิวาห์ในวันนี้ ฉันไม่ควรใช้ความรู้สึกกระวนกระวายมาทำลายบรรยากาศของเช้านี้และงานแต่งของพวกเขา ฉันบอกตัวเองว่าจะต้องมีท่าทางที่สดใสราวกับแสงแดด
ฉันหยิบสูทที่ดูดีที่สุดออกมาจากตู้เสื้อผ้า โกนหนวดเครา หยิบไดร์เป่าผมมาเป่าทรงผมให้ดูมีชีวิตชีวา ส่องกระจกแล้วยิ้มให้ตัวเอง พอแน่ใจว่าตัวเองดูสดใสดีแล้ว ถึงเตรียมตัวออกจากห้องไป เพื่อไปมอบคำอวยพรในงานแต่งให้กับฝางหยวนและเหยียนเหยียน
……
เกือบเที่ยงวัน ฉันกับแขกเหรื่อมากมายยืนรอขบวนรถรับเจ้าสาวอยู่ด้านนอกโรงแรม และรอคอยเจี่ยนเวยที่จะมาในฐานะเพื่อนเจ้าสาวของเหยียนเหยียนด้วย
ขบวนรถรับเจ้าสาวยังไม่มาถึงเสียที ได้ยินว่าติดอยู่บนถนน สำหรับฉันแล้วนี่มันคือการทรมานชัด ๆ ตอนนี้ฉันกลับยอมที่จะได้พบเจี่ยนเวยเร็วกว่านี้ และสิ่งที่ทรมานก็คือการรอคอยอย่างกระวนกระวายก่อนจะได้พบหน้านี่เอง ยังไงก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกัน สู้ให้มันจบ ๆ ไปเสียยังดีกว่า บางทีหลังจากที่ได้เจอกันแล้ว เราอาจจะแค่รู้กันอยู่ในใจ ต่างทำเป็นไม่รู้จักกันและกัน แบบนั้น ดีที่สุด!
