มาถึงบริษัทก็เปิดคอมดูข่าวสังคมสักพักตามปกติ แล้วก็แวะเวียนไปดูเวยปั๋วของเพื่อนๆ พยายามหามุขตลกๆ ให้ตัวเองได้ขำ
บังเอิญเห็นว่าเหยียนเหยียนโพสต์เวยปั๋วไว้เมื่อสองวันก่อน เนื้อหาหลักคือรูปแต่งงานของเธอกับฝางหยวน โพสต์นี้เหยียนเหยียนแท็กหาคนไปทั่ว เว้นแต่ผมคนเดียว ผมรู้ดีว่าเธอกลัวว่าการสมหวังของเธอกับฝางหยวนจะทำให้ผมนึกถึงจุดจบอันหม่นหมองของตัวเองกับเจี่ยนเวย แต่จริงๆ เธอไม่ต้องกังวลขนาดนั้นหรอก คำอวยพรที่เจือด้วยความเจ็บปวดน่ะ ยังไงเจาหยางผมก็ให้ได้
รูปแต่งงานของพวกเขามีหลายธีม มีอยู่ชุดหนึ่งตั้งชื่อว่า 'เงียบงำชื่นบาน' ในชุดนี้ฝางหยวนกับเหยียนเหยียนจับมือกันแต่ไร้สีหน้า ดูเงียบงัน ขณะที่พื้นหลังเป็นดอกทานตะวันที่ยิ้มแย้ม ซึ่งตีความธีม 'เงียบงำชื่นบาน' ออกมา
นี่เป็นธีมที่เยี่ยมมาก แต่เดิมมันไม่ได้เป็นของพวกเขา ธีมนี้เป็นสิ่งที่เมื่อสามปีก่อน เจี่ยนเวยซึ่งคิดการณ์ไกลถามผมว่าควรถ่ายรูปแต่งงานกับเธอยังไง แล้วผมก็ปิ๊งไอเดียนี้ออกมา... ผมคิดว่าความชื่นบานท่ามกลางความเงียบงันเท่านั้นที่จะทนต่อการไตร่ตรองของกาลเวลาและกัดกร่อนของวันคืน แล้วคงอยู่ไปตลอด
ผมถอนหายใจแผ่วเบา แต่หัวใจกลับเจ็บปวดเพราะโลกที่เปลี่ยนไปอย่างไร้ความปรานี เงียบอยู่นาน แล้วก็ยิ้มให้ จากนั้นไปเมนต์ใต้เวยปั๋วของเหยียนเหยียนว่า: "สองโจรขโมยหัวใจที่ไร้ยางอาย ขอให้มีความสุขตลอดไป!"
จุดบุหรี่ขึ้นมามวน สูดแรงหนึ่งที ปล่อยควันยาวเชือก ทว่าควันที่ลอยฟุ้งกลับถูกสายลมพัดกระจายในพริบตา แล้วผมก็เห็นภาพหนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยร้าว ในภาพนั้น เจี่ยนเวยในอ้อมกอดผมสามปีก่อนยังรักผมอยู่ เธอชื่นชมธีม 'เงียบงำชื่นบาน' ที่ผมคิดขึ้น เราตกลงกันอย่างเบิกบานใจว่าสักวันหนึ่งเมื่อแต่งงานจะใช้ธีมนี้ถ่ายรูปแต่งงานชุดหนึ่งแน่นอน
แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ใช้ธีมนี้ เลยถูกเพื่อนขี้ขโมยสองคนนี้หยิบยืมไป... ฮ่าๆ จริงๆ แล้วผมไม่ได้เศร้าเลยนะ ไม่เศร้าเลยสักนิด... แค่คิดถึงพวกเราใต้แสงโพล้เพล้วันนั้น ว่าเราชื่นบานเพราะฝันถึงการแต่งงานกันมากแค่ไหน
...
