ฉันจัดแจงตัวเองเล็กน้อยแล้วก็เดินออกจากโรงแรมที่แม้จะเรียบง่ายแต่ประทับใจไม่รู้ลืม ตรงประตูก็เห็นรถบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 3 สีขาวจอดอยู่จริงๆ
ฉันยังเข้าไปไม่ถึง ประตูรถก็เปิดออก แล้วผู้หญิงที่สวมแว่นสายตากรอบขาวก็ก้าวลงมา ฉันจำเธอได้ เพราะเคยเจอหน้าเธอครั้งหนึ่งตอนที่ไปส่งข้าวให้หมีไช่ที่จัวเหม่ย
“คุณเจาหยาง ทางนี้ค่ะ”
ฉันเดินเข้าไปหาเธอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงขอโทษ “ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ”
เธอแสดงท่าทีว่าไม่เป็นไร พลางทำมือเชิญฉัน ฉันจึงเปิดประตูข้างคนนั่งขึ้นไป
หลังจากรถออกตัว ฉันก็ชวนเธอคุย “คุณหมีไปอเมริกากะทันหันได้ยังไงเหรอครับ”
ผู้ช่วยตอบ “เตรียมการให้จัวเหม่ยเข้าตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ภายในหนึ่งปีจัวเหม่ยจะกลายเป็นกลุ่มบริษัทจดทะเบียน”
ฉันเผลออุทาน “สุดยอดเลยนะ”
ผู้ช่วยยิ้ม “จัวเหม่ยเป็นห้างสรรพสินค้าครบวงจรเก่าแก่ที่เปิดมากว่าสิบปีแล้ว เรามีความพร้อมขอจดทะเบียน และที่จริงตอนนี้กลุ่มบริษัทก็จำเป็นต้องใช้เงินทุนเพื่อสร้างการก้าวกระโดดครั้งใหม่ เพราะแรงกระแทกจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซเกิดใหม่ที่มีต่อธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมนั้นชัดเจนขึ้นทุกวัน”
ฉันพยักหน้า ถึงแม้ตำแหน่งทางการตลาดของจัวเหม่ยในปัจจุบันจะพอรักษาตัวรอดได้ แต่การจะก้าวกระโดดเชิงคุณภาพนั้นยากยิ่งนัก การระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดภายใต้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจตอนนี้
