เป็นเวลาโพล้เพล้แล้ว เพราะกิจการซบเซา ข้ากับถงจื่อจึงนั่งถือข้าวกล่องยองใต้ต้นหลิวหน้าเคอะเส่อ กินไปพลางมองดูผู้คนที่ผ่านไปมา
ถงจื่อถอนหายใจแล้วพูดกับข้าว่า “พี่หยาง ไม่มีลูกค้าเลย ขนาดแทะน่องไก่ข้ายังไม่มีความสุขเลย!”
“เอ็งลองตะโกนเรียกลูกค้าบนถนนดูสิ เผื่อจะเข้าพักเคอะเส่อของเรา”
“ใครจะสนใจข้า คิดว่าข้าเป็นเยว่เหยารึไง!”
ข้าหัวเราะ ตบบ่าเขาเพื่อปลอบใจ “เมื่อรถถึงเชิงเขา ย่อมมีทางออก เปิดกิจการต้องอย่าใจร้อน ต้องสงบสติอารมณ์ตลอดเวลา”
“ได้ ข้าจะสงบ... ถ้าสักวันเคอะเส่อของเรามีแขกเต็มเหมือนตลาด ข้าคงมีความสุขจนเป็นบ้าแน่”
ข้าพูดล้อเขา “มีความสุขยิ่งกว่าตอนเสียความบริสุทธิ์อีกหรือ?”
“มันเป็นความสุขคนละแบบ จะเอามาเทียบกันได้ไง”
“เอ็งนี่แยกแยะชัดจริง!”
ถงจื่อหัวเราะ “ฮิๆ” แล้วกดเสียงต่ำกระซิบถามอย่างลับๆ ล่อๆ “พี่หยาง ท่านแอบบอกข้าหน่อย ท่านนอนกับผู้หญิงมากี่คนแล้ว?”
“ใครจะไปจำได้!”
“สารเลว สาวๆ พวกนั้นตาถั่วชัดๆ ถึงได้ถูกท่านทำลาย!”
“ต่างคนต่างทำลายกันล่ะ”
ถงจื่อทำท่าอ้วก ไม่ยอมคุยกับข้าอีก ข้าเห็นชัดว่าจิตใจของหนุ่มบริสุทธิ์ถูกทำร้ายอย่างสาหัส
...
อาบไล้สายลมยามโพล้เพล้ของฤดูใบไม้ผลิ มองแม่น้ำพัดใบไม้ลอยไปทางตะวันออกอย่างเงียบๆ พอดูจนเหนื่อยก็ตะโกนหยอกล้อกับสาวๆ ที่พายเรือ กาลเวลาก็ละลายกลายเป็นสายลม กลายเป็นเมฆ ลอยละล่องสู่ขอบฟ้าไปในเสียงหัวเราะราวกระดิ่งเงินของเหล่าสาว
ทันใดนั้นข้างหลังก็ลอยกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงกับกลิ่นบุหรี่มา แล้วก็มีมือสองข้างตบบ่าข้าพร้อมกัน ข้าหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ กลิ่นน้ำหอมมาจากซีซี กลิ่นบุหรี่ลอยมาจากมวนบุหรี่ระหว่างนิ้วของหลัวเปิ่น
ข้าดีใจจนเนื้อเต้น “พวกเจ้ามาได้ไง?”
ซีซียิ้ม “เคอะเส่อของเจ้าเปิดพวกเราจะไม่มาแสดงความยินดีได้ไง?”
