แววตาหนิงเฉินหดลงเล็กน้อย เขาแค่นหัวเราะเย็นชา “เขาเดินทางท่องเที่ยวมาถึงเปี้ยนโจว หรือว่าเดิมทีก็อยู่ที่เปี้ยนโจวอยู่แล้ว?”
“อาจารย์ของเจ้านี่น่าสนใจไม่น้อย แต่ในเมื่อเขาอยากมาเยี่ยมเจ้า พวกเราย่อมต้อนรับอย่างอบอุ่น... เขาจะมาถึงเมื่อใด?”
เซียวเยี้ยนซีส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้ อาจารย์บอกเพียงว่าจะมาเยี่ยมข้า แต่ไม่ได้บอกว่าจะมาถึงเมื่อใด”
นางรู้ดีว่าตอนนี้หนิงเฉินปักใจเชื่อแล้วว่าอาจารย์ของนางคือชายชุดขาว
แม้ร่องรอยต่าง ๆ จะชี้ว่าอาจารย์ของนางคือชายชุดขาว แต่เมื่อไม่มีหลักฐานแน่ชัด นางก็ไม่อยากเชื่อ... เพราะอาจารย์ดีกับนางยิ่งนัก อีกทั้งตัวอาจารย์เองก็เป็นคนดี
นางไม่เชื่อว่าอาจารย์ของตนจะเป็นคนชั่ว เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตนจึงทำให้เหล่าทหารต้าเสวียนต้องตายไปมากมาย
หนิงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ผีในภาพผู้นี้ถึงกับจะมาเยี่ยมเซียวเยี้ยนซี... นี่หมายความว่าอย่างไร? ท้าทายกันหรือ?
“หวังว่าอาจารย์ของเจ้าจะมีชีวิตมาถึงที่นี่ได้”
เซียวเยี้ยนซีถามขึ้นโดยไม่รู้ตัว “หมายความว่าอย่างไร?”
หนิงเฉินแค่นหัวเราะเย็นชา “ชายชุดขาวที่สะกดรอยตามเจ้าเมื่อคืนนี้ถูกยิงสองนัดและโดนธนูอีกหนึ่งดอก... หากชีวิตไม่แข็งพอ อย่าว่าแต่จะมาเจอเจ้าเลย เกรงว่าแม้แต่คืนนี้ก็อาจผ่านไปไม่พ้น”
เซียวเยี้ยนซีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “ชายชุดขาวที่เจ้าพูดถึง... จะเป็นอาจารย์ของข้าจริงหรือ?”
หนิงเฉินไม่ตอบ
อันที่จริงเขาไม่สนใจเลยว่าชายชุดขาวจะเป็นอาจารย์ของเซียวเยี้ยนซีหรือไม่ ไม่ว่าชายชุดขาวผู้นั้นจะเป็นใคร ในเมื่อทำให้ทหารต้าเสวียนต้องตายไปมากมาย เขาก็ต้องตาย
เห็นหนิงเฉินไม่พูด เซียวเยี้ยนซีจึงเอ่ยเสียงเบาว่า “ดึกมากแล้ว เช่นนั้นข้าขอกลับไปพักผ่อนก่อน”
