เมื่อหยวนหลงนำทัพหนิงอานมาถึง ก็แบ่งกำลังออกเป็นสี่ทางทันที
หยวนหลง เหลยอาน อู๋เถียจู่ และเยว่ฉงหยุน ต่างนำกำลังทหารหนึ่งกอง มุ่งตรงไปยังประตูเมืองทั้งสี่
ส่วนทหารรักษาการณ์หนึ่งหมื่นนายในเมืองปี้ลั่ว หยวนหลงและพวกหาได้ใส่ใจไม่
อีกด้านหนึ่ง หนิงเฉินจึงมีรับสั่งให้กองทัพเคลื่อนพล
กองทัพเดินทางอย่างเชื่องช้า กว่าหนึ่งชั่วยามจึงมาถึงเมืองปี้ลั่ว
มองจากไกล ๆ ก็เห็นธงรบของทัพหนิงอานโบกสะบัดอยู่บนกำแพงเมือง
ทุกอย่างเป็นไปดังที่หนิงเฉินคาดการณ์ไว้
การยึดเมืองปี้ลั่วนั้นง่ายดายราวกับล้วงหยิบของจากถุง
หยวนหลงและพวกยึดประตูเมืองทั้งสี่ไว้ได้แล้ว
เมืองปี้ลั่วมีทหารรักษาการณ์เพียงหนึ่งหมื่นนาย ทั้งยังกระจายกำลังกันอยู่
เมื่อกองกำลังเล็ก ๆ พบกับทัพหนิงอาน ก็ไร้กำลังต่อต้าน ถูกบดขยี้ราบคาบ
เหลยอานนำคนออกจากเมืองมาต้อนรับหนิงเฉิน
“คารวะท่านอ๋อง เมืองปี้ลั่วยึดไว้ได้แล้ว!”
หนิงเฉินยิ้มกล่าวว่า “ทำได้ดีมาก ความชอบของพวกเจ้า เปิ่นหวังจะจดจำไว้ก่อน กลับไปแล้วค่อยปูนบำเหน็จตามผลงาน!”
จากนั้นหนิงเฉินก็เอ่ยเสียงขรึมว่า “ฉินเฉียว รับคำสั่ง!”
ฉินเฉียว นายทหารรักษาเมืองแห่งทหารภาคใต้ รีบก้มกายรับคำสั่ง “กระหม่อมอยู่ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
หนิงเฉินกล่าวว่า “เมื่อกองทัพเข้าเมืองแล้ว ให้ทหารภาคใต้สองหมื่นนายอยู่แทนทัพหนิงอาน...ส่วนทหารอีกหกหมื่นนายกับทัพหนิงอานทั้งหมด ให้ถอนออกทางประตูเมืองฝั่งเหนือ ไปตั้งค่ายพักแรมอยู่นอกเมือง!”
ฉินเฉียวก้มกายรับบัญชา “กระหม่อมรับบัญชา!”
จากนั้นกองทัพก็เข้าเมือง
ทหารภาคใต้สองหมื่นนายเข้ารับช่วงควบคุมเมืองปี้ลั่วแทนทัพหนิงอาน
ส่วนคนที่เหลือทั้งหมดถอนออกทางประตูเมืองฝั่งเหนือ ไปตั้งค่ายพักแรม
