“อ๋องโปรดทรงเมตตา ขออ๋องโปรดทรงเมตตา… ผั่งจั้วมันยังเยาว์วัย ไร้ซึ่งวิจารณญาณ ได้ยินแต่คำปลุกปั่นจึงก่อความผิดใหญ่หลวง… โปรดทรงพระกรุณาเหลียวแลถึงคุณงามความดีที่กระหม่อมช่วยสร้างปราการเสวียนอู่ถวาย ขอช่วยชีวิตมันไว้ด้วยเถิด!”
ผั่งยวนเต๋อก้มกราบอ้อนวอนอยู่มิรู้จบ
หนิงเฉินส่งเสียงฮึดฮัวในลำคอ “เปิ่นหวังไว้ชีวิตมัน แล้วใครเล่าจะไว้ชีวิตบรรดาสตรีที่ถูกลักพาตัวไปขายเป็นของถูก?”
หนิงเฉินชี้นิ้วไปยังนายท่านน้อยพัง กล่าวเสียงหนักแน่นว่า “มาใคร! จับมันลงเสีย ประหารโทษลงแทงพันที!”
“ผั่งยวนเต๋ออบรมเลี้ยงดูบุตรไม่ถูกวิธี จริยธรรมส่วนตัวก็เสื่อมทราม… จับร่วมกัน คุมตัวกลับเมืองหลวงถวายให้ฝ่าบาทลงโทษตัดสิน”
นายท่านน้อยพังหน้าซีดเสียด้วยมิมีชีวิตชีวา
ส่วนผั่งยวนเต๋อล้มลงนอนแผ่เหมือนหนึ่งก้อนโคลนข้างถนน
หยวนหลงนำคนเข้าไปเผชิญหน้า กุมตัวป้ากับหลานทั้งสองไว้ได้ทั้งคู่
ผู้คนรอบด้านแซ่ซ้องเสียงชื่นชมไม่ขาดสาย
ทุกเรือนล้วนมีบุตรธิดา พวกค้ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชั่วช้าไร้แก่นสาร ไม่มีผู้ใดไม่เกลียดชัง
พวกค้ามนุษย์ชั่วร้าย แต่ผู้ที่ให้ที่พักพิงพวกมันย่อมชั่วร้ายยิ่งกว่า
ส่วนพวกสมุนของนายท่านน้อยพัง การประหารเสียแต่ว่าถือเป็นการเหนื่อยยากน้อยที่สุด ทั้งหมดถูกลากเอาไปลงแรงงานหนัก
หนิงเฉินสั่งการว่า จักต้องดูแลพวกมันเป็นพิเศษ… ว่าพูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นหรือตายมิได้คำนึงถึง
หนิงเฉินหันกางมองชาวบ้านโดยรอบ กล่าวว่า “ปราการเสวียนอู่ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้ามาค้าขาย แต่เรื่องผิดกฎหมายนั้นเปิ่นหวังไม่รับฟังโดยเด็ดขาด ขอให้ทุกท่านจงรักษาหน้าที่แห่งตนไว้… และสุดท้าย เปิ่นหวังขออวยพรให้ทุกท่านการค้ารุ่งเรืองเจริญงอกงาม!”
