ใบหน้าของจางเทียนหลุนเปลี่ยนสี จ้องหนิงเฉินเขม็ง ก่อนร้องเสียงหลงว่า “เจ้า...เจ้า เจ้า...”
เฟิ่งฉีเจิ้งก้าวยาวเข้ามา คว้าคอเสื้อด้านหลังของจางเทียนหลุนแล้วยกตัวเขาขึ้น
จางเทียนหลุนเอ่ยอย่างตื่นตระหนก “หนิงเฉิน เจ้าเชื่อเขาง่าย ๆ เช่นนี้เลยหรือ?”
หนิงเฉินหัวเราะเยาะ “จางเทียนหลุน ตอนนี้เจ้าควรส่องกระจกดูหน้าตัวเองให้ดี ว่าใบหน้าบิดเบี้ยวไร้ยางอายเพราะความริษยาของเจ้าเป็นเช่นไร
เฟิ่งเฒ่าคือพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของข้า แค่เจ้า คิดจะยุแยงความสัมพันธ์ของพวกเราได้หรือ?
จางเทียนหลุน เจ้าคิดจริงหรือว่าแค่ถอนใจ แสร้งทำท่าสำนึกผิด แล้วข้าจะเชื่อว่าเจ้าสำนึกเสียใจและใจอ่อนกับเจ้า? ข้าบอกไว้เลย ข้าไม่มีวันเชื่อว่าสุนัขจะเลิกกินอุจจาระได้
คนอย่างเจ้า ความสามารถก็ธรรมดา แต่กลับทะนงตนว่ามีความสามารถสูง ริษยาคนเก่ง...เจ้าถูกทุกคนทอดทิ้ง ยามนี้กลายเป็นนักโทษ เจ้าริษยาที่ข้ามีพี่น้องพร้อมเสียชีวิตเพื่อกันและกัน มีคนรักที่ต่างก็รักใคร่กัน เจ้าริษยาทุกสิ่งที่ข้ามี จึงคิดก่อเรื่องขึ้นมาอีกก่อนตาย
ตอนนี้ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ เจ้ามันก็แค่เศษสวะ ไม่มีปัญญาแม้แต่จะทำให้ข้าขุ่นเคือง”
ใบหน้าของจางเทียนหลุนบิดเบี้ยว แววตาดุร้าย
ดูจากปฏิกิริยาของเขาก็รู้ได้ว่าหนิงเฉินเดาถูก
หนิงเฉินเอ่ยเสียงเย็น “จางเทียนหลุน หากเจ้ายังมีสมองเหลืออยู่อีกสักนิด ก็บอกข้ามาว่าตราหยกแผ่นดินของจริงอยู่ที่ใด?”
จางเทียนหลุนยิ้มเหี้ยม “เจ้าไม่มีวันได้รู้”
หนิงเฉินกลับมีสีหน้าเหยียดหยาม “จางเทียนหลุน ข้าเดิมพันว่าเจ้าต้องพูด และจะพูดทุกเรื่องอย่างละเอียด...เจ้าคงรู้ว่าเฟิ่งเฒ่ามาจากกองตรวจการ เรื่องสอบปากคำเป็นสิ่งที่เขาถนัดที่สุด
