คืนนั้นยามไห้ หนิงเฉินนำทัพหนิงอานมาถึงนอกเมือง
ทหารภาคใต้แปดหมื่นนายเตรียมพร้อมออกศึกมานานแล้ว
ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย หนิงเฉินออกคำสั่งโดยตรง “ออกเดินทัพ!”
กองทัพมหึมาเคลื่อนพลอย่างเกรียงไกร มุ่งหน้าสู่เมืองปี้ลั่ว
จากเมืองฉีมู่ไปเมืองปี้ลั่ว ใช้เวลาเพียงเจ็ดวันก็ไปถึง
เมืองปี้ลั่วมีกองทหารประจำเมืองเพียงหนึ่งหมื่นนาย ไม่เป็นที่น่ากังวล!
สิ่งที่รับมือยากอย่างแท้จริงคือทัพพิทักษ์เมืองแห่งพระนครหนานเยว่
โดยทั่วไป กองทัพที่คอยปกป้องราชธานีล้วนเป็นทหารชั้นยอด
แต่หนิงเฉินก็ไม่ได้กังวลนัก แม้พระนครหนานเยว่จะมีทัพพิทักษ์เมืองหกหมื่นนาย แต่กำลังพลกระจัดกระจายเกินไป
หนิงเฉินนึกถึงคังหลัวขึ้นมา เจ้านั่นตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่กันนะ?
หากมันรู้ว่าเขาขุดรังของมันจนเกลี้ยง ไม่รู้ว่าจะมีปฏิกิริยาเช่นไร คงโกรธจนกระอักเลือดสามลิตรเป็นแน่?
หากมันรู้ว่าเขาขุดรังของมันจนเกลี้ยง แล้วยังลักพาตัวคังเป่าเป่าที่มันหลงรักไปด้วย จะโกรธจนตายคาที่หรือไม่?
ขณะที่หนิงเฉินกำลังนึกถึงคังหลัว คังหลัวก็กำลังทะเลาะกับฮ่องเต้เต๋ออยู่พอดี
เซียงโจว ภายในโถงใหญ่ของสำนักเจ้าเมืองมีแสงเทียนสว่างไสว
จางเทียนหลุน จงซือปั่ย รวมทั้งสองพี่น้องคังหลัวกับคังเสี้ยวล้วนอยู่ที่นั่น
คังหลัวจ้องเขม็งไปยังจางเทียนหลุน สีหน้าคล้ำเขียว
“จางเทียนหลุน ข้าจะพูดอีกครั้ง เรื่องผิดปกติย่อมมีเงื่อนงำ...ผ่านมาตั้งนานแล้ว กองทัพของหนิงเฉินยังมาไม่ถึงเซียงโจว เจ้าว่ามันสมเหตุสมผลหรือ? เรื่องนี้ต้องมีพิรุธแน่
ข้าคิดว่าหนิงเฉินต้องรู้แล้วว่าข้านำทัพแอบซ่อนอยู่ในเซียงโจว ถึงได้เคลื่อนทัพอย่างเชื่องช้า กระทั่งหยุดทัพไม่ขยับ...ตอนนี้เขาไม่ถอยไม่รุก ต้องกำลังรอกำลังเสริมอยู่แน่
