เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าคือหนิงเฉิน เลือดในกายกู่เชวนเจียนเหรินก็แทบเย็นเป็นน้ำแข็ง
เขาเอ่ยเสียงสั่น “เทพสงครามแห่งต้าเสวียนผู้ยิ่งใหญ่ ขอท่านโปรดเมตตา... ต้าเสวียนเป็นมหาอาณาจักร ย่อมต้องมีใจกว้างขวางอย่างมหาอาณาจักร ไม่ควรทารุณเชลยศึก ขอท่านปล่อยพวกเราไปเถิด พวกเรารู้ผิดแล้ว ขอท่านโปรดเมตตา...”
“ฮ่า ๆ ๆ...” หนิงเฉินกลั้นไม่อยู่ หัวเราะเสียงดังอีกครั้ง “ใจกว้างขวางอย่างมหาอาณาจักรบ้าบออะไรกัน! ปฏิบัติต่อเชลยอย่างดีบ้าบออะไรกัน! พวกเจ้าบุกเข้ามาในต้าเสวียนของข้า ทั้งข่มขืน ปล้นชิง และก่อกรรมฆ่าฟัน เลือดของชาวหมู่บ้านซียวนยังไม่ทันแห้ง วิญญาณผู้ถูกปรักปรำหลายร้อยดวงยังรอให้เปิ่นหวังทวงความเป็นธรรมให้พวกเขา
แค่เจ้าพูดลอย ๆ ว่ารู้ผิดแล้ว ก็คิดว่าเปิ่นหวังจะปล่อยพวกเจ้าไปหรือ? เปิ่นหวังเพิ่งบอกว่าพวกตัวตลกชาวเจาเหออย่างพวกเจ้าช่างพูดเรื่องตลกเก่งนัก เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าตัวเองมีอารมณ์ขัน?
พวกเจ้าอยากมาก็มา บุกมาก่อกรรมหนักหนาในต้าเสวียนของข้า บัดนี้กลัวแล้ว แค่พูดคำเดียว สะบัดก้นทีก็คิดจะกลับบ้าน... พวกเจ้าคิดว่าต้าเสวียนของข้าเป็นสถานที่เช่นไรกัน?
พวกสัตว์เดรัจฉานทั้งหลายฟังให้ดี เปิ่นหวังขอสาบานต่อฟ้า ไม่ช้าก็เร็วจะข้ามทะเล นำทัพไปเหยียบอาณาจักรเจาเหอให้ราบ ไม่ให้เหลือแม้แต่ไก่หรือสุนัข!”
หนิงเฉินพูดพลางพลิกตัวลงจากม้า ชักกระบี่ฟันลงไปอย่างไม่ลังเล ตัดหัวกู่เชวนเจียนเหริน
“อยากกลับอาณาจักรเจาเหอใช่ไหม? ข้าจะส่งพวกเจ้าลงนรกเอง...”
หนิงเฉินฟันหนึ่งกระบี่ต่อหนึ่งคน ราวกับหั่นผักหั่นผลไม้
เขาฟันติดต่อกันหลายสิบคนในคราวเดียว จนแขนล้าไปหมด
พันอวี่เฉิง เซียวเยี้ยนซี และคนอื่น ๆ มองหนิงเฉินอย่างไม่เข้าใจ
