คังหลัวมีแววตาคมกริบดุจคมมีด ได้ยินถ้อยคำนี้ก็หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง
“พวกเจ้าคู่ควรจะจับเปิ่นกงเป็นตัวประกันหรือ? เปิ่นกงกรำศึกทั่วสมรภูมิ ต่อให้เคยพ่ายแพ้ในมือหนิงเฉิน แต่ก็ไม่เคยถูกเขาจับตัวได้... อาศัยพวกเจ้ายังคิดเพ้อฝันจะจับเปิ่นกง ช่างเป็นเรื่องน่าขันสิ้นดี”
อิ๋นเจิ้งเฮอยิ้มกล่าวว่า “ความสามารถขององค์รัชทายาท ผู้คนทั่วหล้าล้วนรู้ดี ย่อมไม่มีทางถูกหนิงเฉินจับตัวได้... แต่ไฉนข้าถึงได้ยินมาว่า นางงามอันดับหนึ่งแห่งหนานเยว่ คังเป่าเป่า ถูกหนิงเฉินจับตัวไปแล้วเล่า”
ภายในกระโจม คังหลัวที่กำลังหัวเราะลั่นอยู่พลันชะงักงัน รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
“อิ๋นเจิ้งเฮอ เจ้าอยากตายหรือ!”
คังหลัวแทบเสียสติ ตะโกนคำรามด้วยความโกรธ
นี่คือความอัปยศอดสูชั่วชีวิตของเขา ราชธานีถูกหนิงเฉินยึดครอง ส่วนแสงจันทร์ในใจเขาก็ถูกจับตัวไปด้วย
แม้ภายหลังคังเป่าเป่าจะหนีจากเงื้อมมือหนิงเฉินไปได้ แต่หนิงเฉินเป็นคนหื่นกระหายกามตัณหา ยากจะรับประกันว่าไม่ได้ทำอะไรคังเป่าเป่า... อย่างไรเสียคังเป่าเป่างดงามถึงเพียงนั้น ปีศาจหื่นกามอย่างหนิงเฉินจะอดทนไหวได้อย่างไร?
ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ เขาก็แทบจะพังทลาย
ดังนั้นคำพูดของอิ๋นเจิ้งเฮอจึงเท่ากับราดเกลือลงบนบาดแผล เป็นการฆ่าคนทั้งเป็นอย่างแท้จริง
เขาสาบานว่า ขอเพียงได้มีชีวิตออกไป เขาจะลงมือสังหารอิ๋นเจิ้งเฮอด้วยตนเองให้ได้
แต่อิ๋นเจิ้งเฮอกลับหัวเราะเย็นชา “องค์รัชทายาท ท่านเป็นคนฉลาด สถานการณ์ในตอนนี้ไม่เป็นผลดีต่อท่านเลย... ข้าขอแนะนำให้ท่านยอมจำนนแต่โดยดี อย่าบีบให้ข้าต้องจุดไฟเผากระโจม
