จินเทียนเฉิงยังไม่ทันเข้าใจเรื่องราว อิ๋นเจิ้งเฮอก็พุ่งออกจากกระโจมใหญ่ไปแล้ว เขาชี้ไปยังคังหลัวกับพวก พลางตะโกนเสียงดังว่า “ใครก็ได้ อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไป ลงมือเดี๋ยวนี้...”
ใบหน้าของคังหลัวเขียวคล้ำ ดูน่าเกลียดยิ่งกว่าคนที่เพิ่งสูญเสียบิดามารดาเสียอีก
แคว้นเกาลีช่างกล้านัก ถึงกับวางยาพิษฆ่าขุนศึกคนสนิทของเขา แล้วยังคิดจับตัวเขาเป็น ๆ อีก ช่างบังอาจยิ่งนัก!
รอให้เขาฝ่าวงล้อมออกไปได้ก่อน เขาจะทำให้แคว้นเกาลีต้องชดใช้ด้วยราคามหาศาลอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าเงื่อนไขคือต้องฝ่าออกไปให้ได้เสียก่อน
“เหล่าทหารทั้งหลาย สังหารพวกมันให้หมด...”
คังหลัวตะโกนก้องด้วยโทสะ กระบี่หนึ่งฟันปาดคอทหารแคว้นเกาลี เลือดสาดกระเซ็นเปื้อนอาภรณ์ขาวสะอาดไร้ฝุ่นผง ราวกับดอกเหมยแดงผลิบานทีละดอก
อิ๋นเจิ้งเฮอขมวดคิ้วเล็กน้อย ตะโกนเสียงดังว่า “จับพวกมันไว้ อย่าปล่อยให้หนีไป...เปิ่นกวนขอบอกพวกเจ้าไว้ หากพวกมันหนีออกไปได้ พวกเราก็ไม่มีใครรอดชีวิตแน่”
เหล่าทหารแคว้นเกาลีจำนวนมากกรูกันเข้ามาจากทั่วทุกทิศ
คังหลัวเป็นผู้กล้าหาญอย่างแท้จริง นำทหารห้าสิบนายบุกตะลุยสังหารฝ่าฝูงชน
จินเทียนเฉิงวิ่งออกมาจากกระโจมใหญ่ มองคังหลัวที่กำลังถูกล้อมโจมตี แล้วหันไปทางอิ๋นเจิ้งเฮอ ตะโกนด้วยความโกรธว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้แคว้นเกาลีกับหนานเยว่ไม่มีทางเจรจาประนีประนอมกันได้อีก?”
อิ๋นเจิ้งเฮอกล่าวอย่างจริงจังว่า “องค์ชายสาม หากกระหม่อมไม่ทำเช่นนี้...พวกเราทุกคนก็ต้องตายอยู่ที่นี่ แม้แต่โอกาสเจรจาก็จะไม่เหลือ”
ใบหน้าจินเทียนเฉิงซีดเผือดลงเล็กน้อย เขารู้เพียงว่าหากการเจรจาประนีประนอมครั้งนี้ล้มเหลว เมื่อตนกลับไปแล้วชะตากรรมคงไม่ดีแน่
