ญี่ปุ่น โตเกียว กองบัญชาการทหารบก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทหารบก มินามิ จิโร ยืนอยู่หน้าห้องประชุม ด้านหลังเขาเป็นแผนที่เอเชียตะวันออกขนาดใหญ่ บริเวณแมนจูเรียถูกวงกลมซ้อนกันสามชั้นด้วยปากกาสีแดง
โต๊ะยาวเต็มไปด้วยคน รองเสนาธิการทหารบก พลโทยามากาตะ โมโตะ กอดอก จ้องเอกสารบนโต๊ะเหม่อลอย
ผู้แทนจากกองบัญชาการทหารเรือ หัวหน้ากองต่างๆ ของกระทรวงทหารบก และนายทหารประสานงานของกองทัพกวันตงประจำโตเกียว รวมสิบกว่าคนเรียงกันสองแถว อินทรธนูและเหรียญตราบนเครื่องแบบสะท้อนแสงเย็นเยียบภายใต้แสงไฟสลัว
ห้องประชุมนี้ไร้หน้าต่าง เป็นห้องลับ
กำแพงหนาถึงครึ่งเมตร ประตูทำจากเหล็กสองชั้นประกบแกนตะกั่ว ป้องกันการดักฟัง ป้องกันระเบิด ป้องกันการลอบสังหาร
ตึกแห่งนี้เคยชี้ชะตาวันเปิดฉากสงครามจีน-ญี่ปุ่น กำหนดจังหวะประกาศสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ตัดสินขนาดกำลังพลในการส่งทหารไปไซบีเรีย
สิ่งที่ต้องตัดสินในวันนี้ คือชะตากรรมของจักรวรรดิ
“ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลาย”
มินามิ จิโรเอ่ยขึ้นช้าๆ
“ปัญหาแมนจูเรีย-มองโกเลียมาถึงจุดที่ต้องแก้ไขอย่างเด็ดขาดแล้ว หลังจากจางเสวียเหลียงเปลี่ยนธงสู่ฝ่ายหนานจิง การเคลื่อนไหวของเราในแมนจูเรียก็เต็มไปด้วยอุปสรรค”
“เราจำเป็นต้องหาทางแยกแมนจูเรียออกจากแผ่นดินจีน และผนวกเข้าเป็นเขตอิทธิพลของจักรวรรดิ”
“นี่คือก้าวแรกของยุทธศาสตร์แผ่นดินใหญ่ของจักรวรรดิ และเป็นก้าวที่สำคัญที่สุด”
เขาหันหลัง หยิบไม้ชี้ยาวบางขึ้นมาชี้ตำแหน่งแมนจูเรีย
ปลายไม้ชี้เคลื่อนช้าๆ ระหว่างเฟิ่งเทียน ฉางชุน และฮาร์บิน
“การที่จักรวรรดิจะครองโลกได้ ต้องยึดครองจีนก่อน การจะยึดครองจีน ต้องยึดแมนจูเรีย-มองโกเลียให้ได้”
“ถ่านหินแมนจูเรีย เหล็กแมนจูเรีย ธัญญาหารแมนจูเรีย ทางรถไฟแมนจูเรีย หากเรามีสิ่งเหล่านี้ จักรวรรดิก็จะมีพื้นฐานทางวัตถุในการพิชิตแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออก”
