หลินเถาฮัวมองแผ่นหลังของเจียงจิ้งหางที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมา แล้วค่อย ๆ หันหน้ากลับมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาแดงก่ำจ้องหลินอู่เหมย์ไม่กะพริบ สีหน้าอำมหิตในยามนี้ทำให้หลินอู่เหมย์ที่ถูกจ้องตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง
ความกล้าเมื่อครู่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวและความเสียใจจนหมดสิ้น
“พี่สี่ หนู... หนูไปก่อนนะ...”
หลินเถาฮัวเห็นหลินอู่เหมย์ก่อเรื่องไร้ยางอายแล้วยังคิดจะหนี จึงกรีดร้องลั่นก่อนพุ่งเข้าใส่จนอีกฝ่ายล้มลง มือหนึ่งกระชากผมหลินอู่เหมย์ไว้แน่น ส่วนอีกมือก็ตบหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่คิดชีวิต
“นังแพศยา! นังตัวดี! ฉันทำอะไรให้เธอ ถึงได้คิดจะปีนขึ้นเตียงพี่เขย! ยังมียางอายอยู่ไหม!”
ตอนแรกหลินอู่เหมย์รู้สึกผิดอยู่บ้างจริง ๆ อีกทั้งตั้งแต่เด็กมาก็สู้หลินเถาฮัวไม่ได้ในเรื่องการหาผลประโยชน์ ร่างกายยังขาดสารอาหารมานาน จึงถูกหลินเถาฮัวตบจนล้มลงกับพื้นและดิ้นไม่หลุด ได้แต่ร้องไห้อ้อนวอนขอให้หยุด ทว่าไม่เพียงไม่ทำให้หลินเถาฮัวหยุดมือ กลับยิ่งทำให้เธอเจ็บปวดไปทั่วร่าง สุดท้ายจึงเริ่มต่อต้านอย่างไม่สนอะไรอีกต่อไป
เล็บมือกวัดแกว่งไปทั่ว คว้าถูกตรงไหนก็ข่วนตรงนั้น ไม่นานใบหน้าและลำคอของหลินเถาฮัวก็เต็มไปด้วยรอยเลือด
ใบหน้าที่เดิมก็ไม่ได้งดงามอยู่แล้ว ยิ่งดูบิดเบี้ยวน่ากลัวเข้าไปอีก เมื่อหลินเถาฮัวเห็นหลินอู่เหมย์ที่เคยว่าง่ายมาตลอดกล้าตอบโต้ ก็ยิ่งโกรธจัด ลงมือหนักขึ้นโดยไม่ยั้งคิด ทั้งยังเริ่มทำร้ายบริเวณจุดซ่อนเร้นของหลินอู่เหมย์
จนหลินอู่เหมย์เจ็บปวดเสียจนน้ำตาไหลพราก
สองพี่น้องตบตีกันอย่างดุเดือดภายในห้องพัก แต่ก็ยังรู้ใจกันโดยไม่ต้องพูด ไม่ส่งเสียงตะโกนโหวกเหวกหรือทำข้าวของล้มระเนระนาด
