สายตาของฟู่ซือเหิงตกลงบนเสิ่นชิงฉือก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ เลื่อนไปยังด้านหลังของเธอ
ชายรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งจูงมือเสิ่นหวยอวี๋ไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ต เขาก้มหน้าคุยกับเด็กน้อยเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากดูอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ
แม้เสิ่นหวยจิ่นจะเดินรั้งท้าย แต่ใบหน้าก็ยังคงเย็นชาไม่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า ทว่าร่างเล็ก ๆ กลับเอนเข้าหาชายคนนั้นโดยไม่รู้ตัว ทุกอย่างแสดงให้เห็นถึงความคุ้นเคยและการพึ่งพาอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
คนสี่คน ผู้ใหญ่สอง เด็กสอง เดินมาจากทางลิฟต์ ภาพที่เห็นกลมกลืนเสียจนเกินจริง
รูม่านตาของฟู่ซือเหิงหดเล็กลง
เมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้
เขาจึงมองเห็นใบหน้าของชายคนนั้นชัด ๆ — ที่แท้ก็คือฟู่ซือเหนียน ลูกพี่ลูกน้องของเขา!
ฟู่ซือเหนียนเป็นลูกชายของอารอง ตั้งแต่เด็กก็เป็นคนประเภทที่ใคร ๆ ต่างยกย่องว่าเป็น “ลูกบ้านอื่น”
ไม่ว่าจะด้านไหนก็โดดเด่นจนหาข้อตำหนิไม่ได้ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสาม เขายังก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีด้วยตัวเอง มูลค่าบริษัทสูงกว่าสามหมื่นล้าน ปัจจุบันนับเป็นบุคคลสำคัญทั้งในแวดวงวิชาการและธุรกิจ
แต่เขาอยู่ต่างประเทศมาตลอด ต่อให้กลับจีนเป็นครั้งคราวก็รีบร้อนมาแล้วก็ไป พี่น้องทั้งสองจึงแทบไม่มีโอกาสพบกัน นับประสาอะไรกับการสนิทสนม
ยิ่งไปกว่านั้น พ่อของเขากับอารองยังมีเรื่องขัดแย้งกัน คุณย่าจึงให้ครอบครัวอารองแยกตัวออกไป
ตอนนี้พวกเขาเป็นคู่แข่งกันในแวดวงธุรกิจ
ความสัมพันธ์ยิ่งตึงเครียดถึงขีดสุด
ไม่คิดเลยว่าเขาจะกลับมา
ยิ่งไม่คิดว่าเขาจะปรากฏตัวในสถานการณ์แบบนี้
เดินยิ้มแย้มอยู่ข้างอดีตภรรยาของเขา ทำราวกับว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน
เสิ่นหวยอวี๋เป็นคนแรกที่ได้สติ
เธอเงยหน้ากลม ๆ ขึ้น สายตาสลับไปมาระหว่างฟู่ซือเหิงกับฟู่ซือเหนียนสองรอบ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสงสัย
