“ไปกันเถอะค่ะ คุณฟู่” เสิ่นชิงฉือชี้ไปข้างหน้าแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ “หวยอวี๋กับหวยจิ่นบอกว่าจะพาคุณไปกินหม้อไฟค่ะ”
สายตาของเธอกวาดผ่านเสื้อโค้ตและผ้าพันคอแคชเมียร์จากโลโร เปียนา ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความลังเลขึ้นมาหลายส่วน
“แต่ว่า... ใส่ชุดนี้กินเสร็จกลิ่นหม้อไฟคงติดเต็มไปหมด คุณจะไปไหมคะ?”
“หรือเราเปลี่ยนไปกินอย่างอื่นดีคะ?”
ฟู่ซือเหนียนพยักหน้า มุมปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ ผมเองก็ไม่ได้กินหม้อไฟมานานแล้ว”
ทุกคนจึงเดินไปยังลานจอดรถ
เมื่อถึงเวลาขึ้นรถ ฟู่ซือเหนียนรับกุญแจรถมา “ผมขับเองครับ”
เสิ่นชิงฉือคัดค้านหัวชนฝา เหตุผลของเธอมีน้ำหนักมาก เขาเพิ่งลงจากเครื่องบิน นั่งเครื่องบินทางไกลมาสิบกว่าชั่วโมง คงเหนื่อยแทบแย่
เธอไม่เปิดโอกาสให้เขาปฏิเสธ ผลักฟู่ซือเหนียนไปนั่งเบาะหลัง ให้นั่งอยู่กับเด็กน้อยทั้งสองคน
ฟู่ซือเหนียนปฏิเสธไม่ได้ จึงได้แต่ทำตามน้ำใจ
พอนั่งลงเรียบร้อย เขาก็ก้มตัวหยิบถุงของขวัญประณีตสองใบออกมาจากกระเป๋าเดินทาง
ใบหนึ่งบรรจุช็อกโกแลตจากซีส์แคนดีส์กับชุดกระโปรงตัวจิ๋วแสนน่ารัก อีกใบเป็นเลโก้รุ่นลิมิเต็ดหนึ่งกล่อง
เขายื่นให้เด็กทั้งสองคนละใบ
“ของขวัญสำหรับพวกหนูครับ”
เสิ่นหวยอวี๋รีบแกะถุงทันที พอเห็นชุดกระโปรงกับช็อกโกแลตเต็มกล่อง ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันใด ทั้งตัวราวกับลูกแมวที่ถูกลูบขนอย่างเอาใจ กอดถุงของขวัญไว้ไม่ยอมปล่อย
“คุณอาฟู่ใจดีจังเลยค่ะ!”
เธอเอียงศีรษะครุ่นคิด ก่อนจะเสริมว่า “ต่อไปใครได้เป็นลูกสาวคุณอา ต้องมีความสุขมากแน่ ๆ เลยค่ะ!”
“เอ๊ะ คุณอาฟู่จะมีน้องเมื่อไหร่คะ? หนูจะให้ของขวัญน้องเยอะ ๆ เลย!”
“ให้ชุดสวย ๆ ให้บ้านหลังใหญ่ ๆ แล้วก็เค้กก้อนโต ๆ! ยังไงของที่หนูมี หนูก็จะแบ่งให้น้องของคุณอาฟู่ด้วยค่ะ”
