บทที่ 50 ป้ายทองแดง
เอ้อโหลวนั่งอยู่ในถ้ำเลี้ยงศพ เป็นเพื่อนกับกองซากศพตลอดค่ำคืนอันแสนทรมาน
ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นยืน ขยับแขนขาเล็กน้อย แล้วรู้สึกว่าทั่วร่างไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
ในทะเลจิต ญาณที่ถูกใช้จนหมดสิ้นฟื้นคืนมาเพียงไม่ถึงครึ่ง
แต่แค่รับมือผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกลมปราณระดับสามคนเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ปากทางถ้ำเลี้ยงศพถูกแผ่นหินปิดกั้นไว้ ทำให้มองไม่เห็นสถานการณ์ด้านนอก
เอ้อโหลวยืนอยู่ตรงทางออก แผ่ญาณทะลุผ่านแผ่นหิน มองออกไปนอกถ้ำเลี้ยงศพ
ยามนี้ไม่มีใครเฝ้าปากถ้ำ บรรยากาศเงียบสงัด
อีกฝ่ายคงคิดว่าซากศพไม่มีทางหนีออกมาเอง
เอ้อโหลวค่อย ๆ เลื่อนแผ่นหินที่ปิดปากถ้ำออก แล้วมุดออกจากถ้ำเลี้ยงศพ
ด้านนอกไร้ผู้คน จากส่วนลึกของถ้ำมีเสียงพูดคุยแว่วมาเป็นระยะ
เอ้อโหลวเดินตามเสียงไปจนถึงปากทางแคบ ๆ สายหนึ่ง ทว่ามีคนสองคนขวางทางอยู่
“เอ๊ะ! นี่ไม่ใช่ศพที่ขนมาเมื่อคืนหรอกหรือ?”
“ศพฟื้นขึ้นมาแล้วก็ฆ่ามันอีกครั้งก็สิ้นเรื่อง”
ทั้งสองเห็นเอ้อโหลวซึ่งไม่ได้สวมเสื้อผ้าเดินเข้ามาหา ก็หาได้ใส่ใจไม่ มิได้รู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาแม้แต่น้อย
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะลงมืออีกครั้ง เพื่อสังหารคนตรงหน้า
เอ้อโหลวก็พลันลงมือ กางแขนทั้งสองข้างแล้วโอบรัดคนทั้งคู่ไว้ในอ้อมแขนอย่างแรง
“กร๊อบแกร๊บ...”
เสียงกระดูกแตกหักดังระรัว ราวกับเมล็ดถั่วถูกคั่วจนแตกเปรี๊ยะ
ทั้งสองยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวน อวัยวะภายในก็แหลกเหลว เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด แล้วสิ้นใจไป
เอ้อโหลวคลายแขน ซากศพทั้งสองร่วงลงกับพื้นอย่างอ่อนปวกเปียก เขาถอดเสื้อผ้าและรองเท้าชุดหนึ่งจากศพมาสวม