หวงเหลาไฉถอดเสื้อ นอนคว่ำอยู่บนเตียง บนแผ่นหลังมีรอยดาบหลายแผลพาดไขว้ เลือดเนื้อปริแยกออกมา มองแล้วชวนให้หวาดผวา
ยามเงาดำไล่ตามมาทัน มันจะฟันดาบใส่เขาครั้งละหนึ่งถึงสองที
ยามนี้ใบหน้าหวงเหลาไฉซีดขาว ภรรยา อนุ บุตรชายและบุตรสาว ตลอดจนสมาชิกทั้งครอบครัวต่างเฝ้าอยู่ข้างเตียง ร้องไห้คร่ำครวญ
“ข้ายังไม่ตาย... โอ๊ย...”
“นายท่าน!”
“นายท่านอดทนไว้ หมอกำลังมา!”
หวงเหลาไฉหันไปมองเอ้อโหลว
เอ้อโหลววิ่งมาตลอดทั้งคืน บัดนี้เหนื่อยจนแทบหมดแรง จึงพิงประตูพักหอบ
คราวนั้นมีคนขวางอยู่ด้านหลัง แม้แผ่นหลังจะโดนปัสสาวะเหลืองรดใส่เสียชุ่ม แต่เขาก็ไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย
ยามนี้เขากังวลว่าหวงเหลาไฉจะกลับคำหรือไม่ ที่ดินสามหมู่นั่นมีมูลค่าถึง 60 ตำลึงเงิน
อีกทั้งหวงเหลาไฉกำลังปางตาย ภารกิจช่วยชีวิตคน อย่างมากก็นับว่าสำเร็จไปเพียงครึ่งเดียว
แล้วหากหวงเหลาไฉยังไม่ทันได้สั่งเสียเรื่องที่ดินก็สิ้นใจไปเสียก่อนเล่า?
เอ้อโหลวกระวนกระวายใจ ทั้งหวังทั้งกังวล
“เอ้อโหลว เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ ที่ดินสามหมู่ในซอกหินนั่น ต่อไปก็เป็นของเจ้า”
ในที่สุดก็ได้ยินคำตอบจากหวงเหลาไฉ เอ้อโหลวดีใจจนลุกพรวดขึ้นจากพื้น
“ขอบคุณนายท่าน! ขอบคุณขอรับ!”
นับจากนี้ไป เขาจะไม่ใช่ผู้เช่าที่ดินอีกแล้ว แต่เป็นคนที่มีที่ดินเป็นของตนเอง
ที่ดินของตัวเอง อยากทำอย่างไรก็ทำได้ ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกยึดคืน ทั้งยังสร้างเรือนกระเบื้องบนที่ดินของตนได้อีกด้วย
“โอ๊ย...”
ไม่รู้ว่าตอนนี้หวงเหลาไฉเจ็บตัวหรือเจ็บใจ เขาครางงึมงำอยู่นาน
“เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ ที่ดินสามหมู่นี่ไม่นับเป็นอะไรเลย!”
“ข้ายังมอบของขวัญชิ้นใหญ่อีกชิ้นให้เจ้าได้”