รุ่งเช้าวันถัดมา ประตูที่ว่าการอำเภอเปิดออก ไล่ฝูกับอากุ้ยเดินนำหน้า แบกกระสอบเบียดเข้าไปเป็นคนแรก ในที่สุดก็ได้ต่อแถวเสียที
เอ้อโหลวแบกเสบียงตามเข้าไปด้วย ภายในโถงใหญ่มีถังตวงขนาดใหญ่หลายสิบใบวางเรียงรายอยู่
ไล่ฝูกำลังเทเสบียงจากกระสอบลงในถังตวง
เมื่อใส่จนเต็มแล้วปาดหน้าให้เรียบ ก็ถือเป็นหนึ่งถังตามมาตรฐาน
ทว่าพ่อค้าเร่จำนวนมากยามขายของ มักกอบโกยลูกค้าด้วยการใส่ของจนเต็มถังแล้วพูนขึ้นมาอีกกอง ส่วนที่เกินถือว่าแถมให้
คนยุคนั้นจึงกล่าวกันว่า พ่อค้าหาใช่คนไร้เล่ห์เหลี่ยมไม่
เอ้อโหลวแก้ปากกระสอบ เทเสบียงลงถังตวงจนเต็ม แล้วยังกองพูนขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะเทลงถังใบถัดไปต่อ
“เพี๊ยะ! เพี๊ยะ เพี๊ยะ...”
จู่ ๆ ไหล่ของเอ้อโหลวก็ปวดแปลบ เขาถูกมือปราบด้านหลังฟาดแส้ใส่หนึ่งที
เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงหันกลับไปมอง เห็นมือปราบผู้นั้นหน้าตาเหี้ยมเกรียม ท่าทางดุร้าย กำลังฟาดแส้ใส่ทุกคนคนละที แม้แต่หวงเหลาไฉก็ไม่เว้น
“พวกชาวบ้านหัวหมอ!”
“ตวงยังไม่เต็ม!”
ผู้เช่าที่นาหลายคนถูกมือปราบข่มขู่ ต่างรีบประคองกระสอบ เทเสบียงลงบนถังตวงแต่ละใบต่อไป จนกระทั่งไม่มีที่ให้กองเพิ่มอีก
ครั้นแล้วมือปราบผู้นั้นก็ยกขาเตะถังตวงใบหนึ่งเข้าอย่างจัง
เมื่อถูกเตะ เสบียงในถังก็ไหลกรูลงสู่พื้นอีกครั้ง
“ปัง ปัง ปัง...”
มือปราบไล่เตะถังทีละใบ รวงข้าวสีทองกระจายเกลื่อนพื้น
“เทให้เต็ม!”
ผู้เช่าที่นาหลายคนรีบเทเสบียงลงบนถังตวงอีกครั้ง กองพูนขึ้นเป็นยอดใหญ่
“ปัง ปัง ปัง...”
มือปราบทำเช่นเดิม เตะถังตวงทุกใบอีกรอบ ทุกคนจึงได้แต่เติมให้เต็มใหม่
หวงเหลาไฉกุมอก ตัวสั่นระริก แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
โชคดีที่มือปราบเตะเพียงสองรอบแล้วหยุดลง ในที่สุดพวกเขาก็ส่งส่วยประจำปีนี้ได้สำเร็จ และรับใบเสร็จจากทางการมา
จากนั้นทุกคนก็ซื้อข้าวของบางอย่างในเมืองอำเภอ อุตส่าห์เดินทางมาไกล จะกลับมือเปล่าก็ไม่ได้
บ้านใครมีลูก ก็มักซื้อขนมราคาไม่กี่อีแปะกลับไปเอาใจเด็ก ๆ
บ้านใครมีภรรยา ก็ซื้อผ้าลายดอกสักหนึ่งหรือสองฉื่อ รับรองว่าเอาใจภรรยาได้จนยอมตามใจไปหลายเดือน
บ้านใครไม่มีภรรยา ก็ซื้อน้ำมันกับเกลือไปฝากแม่ม่ายในหมู่บ้าน นับว่าได้ช่วยเหลือผู้อื่น