เอ้อโหลวนึกทบทวนประสบการณ์สมัยก่อนที่เคยต้มอาหารหมู พลางครุ่นคิดว่าควรทำยาเพิ่มกำลังอย่างไร
ใช้ข้าวสารขาวทั้งหมดคงไม่ได้ คนอื่นกินข้าวมาทั้งชีวิต ย่อมต้องรู้รสทันทีที่แตะลิ้น
ต้องผสมผักป่าสักหน่อยจึงจะได้
เขาหยิบจอบเดินไปยังคันนา ตรงนั้นมีผักป่าปลูกอยู่แปลงเล็ก ๆ
เป็นต้นเหยาจีถุ่ยที่เขาย้ายมาปลูกไว้ก่อนหน้านี้
เพราะทุกวันนี้มีข้าวกินแล้ว นอกจากจะรดน้ำให้บ้างทุกวัน เขาก็ไม่เคยขุดขึ้นมากินอีกเลย
ครั้นฟันจอบลงไปในยามนี้ จึงพบว่าเหยาจีถุ่ยในดินโตอวบใหญ่กว่ากำปั้นเสียอีก ขุดขึ้นมาทั้งหมดแล้ว แต่ละต้นยาวกว่าหนึ่งฉื่อ
เขาหยิบเหยาจีถุ่ยต้นหนึ่งขึ้นมา ลอกเปลือกออก เนื้อข้างในขาวใส กัดคำหนึ่งก็กรอบหวาน
ผักป่าธรรมดาแท้ ๆ เมื่อได้รับการบำรุงจากน้ำในน้ำเต้า กลับเติบโตได้ใหญ่โตและมีรสชาติดีถึงเพียงนี้
หากคะเนจากการเติบโตของเหยาจีถุ่ยไม่กี่ต้นนี้ ผลผลิตคงสูงกว่าการปลูกข้าวเสียอีก
เขาคิดว่าจะถางที่รกร้างแปลงอื่นในคราวหน้า แล้วลองปลูกเหยาจีถุ่ยให้มากขึ้น
ขณะนี้เอ้อโหลวขุดเหยาจีถุ่ยขึ้นมาหลายต้น ล้างจนสะอาด สับรวมกับใบผักให้ละเอียด แล้วนำลงหม้อต้มพร้อมข้าวสาร
จากนั้นเททั้งหมดลงบนแผ่นหินเรียบ ใช้ก้อนหินบดและทุบซ้ำไปซ้ำมา
สุดท้ายมันกลายเป็นก้อนเละสีเขียวอมเหลืองอ่อนก้อนใหญ่
เอ้อโหลวคว้าก้อนหนึ่งยัดเข้าปาก พบว่าแม้หน้าตาจะไม่น่าดู แต่กลับมีรสชาติใช้ได้ นุ่มเหนียว ทั้งยังหอมหวานอยู่บ้าง
เขาปั้นก้อนเละเหล่านี้เป็นเม็ดขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ แล้วนำไปตากแห้ง
หลังตากจนแห้ง เขาก็ลองชิมอีกหลายเม็ด เนื้อแข็งกรอบ เคี้ยวเพลิน ยิ่งเคี้ยวยิ่งหอม