หลังสอบเสร็จ เอ้อโหลวไม่ได้กลับภูเขาปากอสรพิษในทันที แต่พักอยู่ชั่วคราวในโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ เก่าโทรมแห่งหนึ่งในตัวเมือง
หลังสอบเสร็จ ยังต้องรออีกหลายวันกว่าจะประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน
ช่วงสองสามวันนี้ เอ้อโหลวจึงอาศัยโอกาสเดินเล่นไปทั่วเมือง ชื่นชมความรุ่งเรืองครึกครื้นของโลกในเมืองอย่างเต็มที่
หมั่นโถวไส้เนื้อที่แต่ก่อนกินได้ไม่บ่อย บัดนี้เขากินทุกวัน กินทุกมื้อ มื้อละสิบกว่าลูก
นอกจากนี้ เพราะการสอบครั้งนี้ เขายังติดหนี้เงิน 200 ตำลึง
เงินที่เก็บหอมรอมริบไว้ก่อนหน้านี้ล้วนใช้ไปกับการหลอมกระบี่เล่มนั้นแล้ว ตอนนี้ในถุงจึงแทบไม่มีเงินเหลือ
พอดีในน้ำเต้าวิเศษยังมียาเพิ่มกำลังอยู่บ้าง เขาจึงเทยาเหล่านั้นออกมาในโรงเตี๊ยม บรรจุใส่กระสอบใบใหญ่ เตรียมนำไปขายให้ซือหม่าอี้
การสมัครสอบครั้งนี้ ซือหม่าอี้ช่วยเหลือเขามากมายตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างน้อยเขาก็ควรแสดงความขอบคุณอีกฝ่าย
สิ่งของที่เขาพอจะนำไปมอบเป็นของขวัญได้ในยามนี้ นอกจากยาเพิ่มกำลัง ก็มีเพียงสมุนไพรไม่กี่ชนิดที่ปลูกไว้บนภูเขาด้วยตนเอง
เขาหาโสมอายุยี่สิบกว่าปีต้นหนึ่งออกมาจากน้ำเต้าวิเศษ ตั้งใจมอบให้ซือหม่าอี้เป็นของตอบแทน
ทว่าเมื่อมองดู เขาก็พบว่ามีบางอย่างไม่เหมาะสม
เพียงดูส่วนหัวของโสมก็พอจะคาดคะเนอายุได้คร่าว ๆ
แต่หลังเก็บไว้ในน้ำเต้าวิเศษ ความเข้มข้นของพลังวิญญาณในโสมของเขากลับเพิ่มขึ้นมาก หากมีคนสังเกตเห็นความผิดปกติ อาจนำปัญหามาให้ได้
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หักส่วนหัวของโสมทิ้ง ทำให้มันกลายเป็นโสมขาดส่วนหัว จนไม่อาจประเมินอายุได้
จากนั้นจึงใช้ใบบัวแห้งสองสามใบห่อไว้ สอดเก็บในอกเสื้อ แล้วแบกกระสอบออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งหน้าไปยังหุยชุนถัง
“โอ๊ย ในที่สุดก็หาเจ้าพบเสียที”
เอ้อโหลวกำลังเคี้ยวหมั่นโถวไส้เนื้อคำโต ตอนก้าวเข้าไปในร้านยา ซือหม่าอี้ก็คว้าชายแขนเสื้อเขาไว้ทันที
“ท่านลุงใหญ่ของข้าอยากพบเจ้า!”
“ท่านลุงใหญ่ของเจ้า?”
เอ้อโหลวชะงัก เขาไม่ค่อยรู้สึกดีนักกับคำเรียกว่าท่านลุงใหญ่
“ก็คือคนที่เจ้าเห็นในสนามสอบวันนั้น คนไว้หนวดเครารุงรังนั่นไง” ซือหม่าอี้เสริม