“พี่เอ้อโหลว!”
เสี่ยวเอ้อจื่อเบิกตากว้าง ทว่ากลับไม่เห็นเงาร่างของผู้ใด
“พี่เอ้อโหลว หรือว่าวิญญาณของท่านกลับมาแล้ว?”
เสี่ยวเอ้อจื่อเห็นเพียงสิ่งของแต่ละชิ้นหายวับไปต่อหน้าต่อตา ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาจึงเป็นเอ้อโหลว
นอกจากเขาแล้ว ยังจะมีใครแม้กลายเป็นผีไปแล้วก็ยังไม่ลืมขโมยของติดมือไปบ้างเล่า
ในเวลาเดียวกัน เจ้าบ่าวแปลกหน้าก็ควักยันต์ออกมาสองแผ่น กระตุ้นใช้งานพร้อมกัน
ยันต์แปรเปลี่ยนเป็นลูกศรน้ำหลายสิบสาย พุ่งปกคลุมบริเวณคร่าว ๆ ที่เอ้อโหลวอยู่เมื่อครู่
เมื่อเผชิญหน้ากับลูกศรน้ำจำนวนมาก เอ้อโหลวทำได้เพียงใช้วิชาเหินลมหลบหลีก
เขากระโดดเพียงครั้งเดียวก็พุ่งไปไกลสามจั้ง หลบลูกศรน้ำทั้งหมดได้อย่างหวุดหวิด
ชั่วขณะที่ใช้วิชาเหินลมกระตุ้นปราณแท้ ยันต์ล่องหนและยันต์กลบกลิ่นอายก็สูญสิ้นผล เผยร่างของเขาขึ้นอีกครั้ง
“พี่เอ้อโหลว ที่แท้ท่านยังไม่ตาย!”
“เป็นเจ้าจริง ๆ ด้วย ข้าประเมินเจ้าต่ำไป”
ชายแปลกหน้ามีพลังบำเพ็ญขั้นฝึกลมปราณชั้นห้า ต่ำกว่าเอ้อโหลวอยู่หนึ่งชั้น ทว่าในยามนี้กลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาล้วงยันต์ปึกหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
การใช้ยันต์ต่อสู้ช่วยให้ได้เปรียบอย่างมหาศาล ทั้งยังทำให้ผู้อ่อนแอกว่าเอาชนะผู้แข็งแกร่งกว่าได้
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของยันต์คือมีต้นทุนสูง อีกทั้งหาซื้อไม่ได้หากไร้ช่องทาง
คนธรรมดาใช้ยันต์สักหนึ่งหรือสองแผ่นยังเสียดายอยู่ตั้งครึ่งค่อนวัน ยิ่งไม่มีทางหยิบออกมาเป็นปึกใหญ่เช่นเขา
ชายแปลกหน้ารอบคอบไม่น้อย หลังหยิบยันต์ออกมาแล้วก็รีบแปะยันต์แสงทองและยันต์เกราะหินลงบนร่างตนก่อน
เอ้อโหลวฉวยโอกาสนี้ใช้วิชาเหินลมไปหาเสี่ยวเอ้อจื่อ แล้วแปะยันต์แสงทองกับยันต์เกราะหินให้นางเช่นกัน
คราวก่อนเขาได้ยันต์มาหนึ่งหีบจากถ้ำของลัทธินอกรีต ยังแทบไม่ได้ใช้เลย
ในเมื่อคมดาบไร้ตา ย่อมเหมาะจะให้เสี่ยวเอ้อจื่อใช้ป้องกันตัว
“พี่เอ้อโหลว ข้านึกว่าท่านตายไปแล้วเสียอีก”
“ข้าตายยาก เจ้าไปอยู่ให้ไกลหน่อย จะได้ไม่ถูกลูกหลง”
เอ้อโหลวยืนขวางหน้าเสี่ยวเอ้อจื่อ ให้นางถอยไปไกล ๆ แล้วจึงถามว่า
“เสี่ยวเอ้อจื่อ ชายคนนี้ดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนดี เจ้ายังต้องการเขาอยู่หรือไม่?”
“ไม่ต้องการแล้ว!”