คืนวันนั้น หลังจากทุกคนต่างพักผ่อนแล้ว เสิ่นลู่ซีก็เข้าไปในมิติ
นางหยิบตำราโอสถเล่มนั้นออกมา นั่งยองๆ ริมน้ำแร่วิญญาณ อาศัยแสงเรืองรองจากตาน้ำแร่ พลิกหาบทที่ว่าด้วยโรคระบาดร้อนอย่างละเอียด
ในตำราเขียนไว้ชัดเจนว่า โรคระบาดร้อนมักเกิดในฤดูร้อนทางใต้ ติดต่อได้รุนแรง ระยะแรกมีไข้สูงและผื่นขึ้น พอเข้าระยะกลางผื่นจะแตกเป็นหนอง หากอาการหนักอาจถึงแก่ชีวิต
วิธีรักษาก็ไม่ซับซ้อน กุญแจสำคัญอยู่ที่การขับร้อนถอนพิษ ระบายไฟและสลายเลือดคั่ง ในตำรับโอสถใช้ตัวยาหลายชนิดล้วนเป็นของสามัญ มีขายในร้านยาทั่วไป
ที่ยากคือต้องใช้ปริมาณมาก
ในตรอกด้านทิศใต้ของเมืองมีคนไม่ต่ำกว่าหลายสิบคน หากจะต้มโอสถให้เพียงพอ ปริมาณตัวยาที่ใช้ย่อมไม่น้อย และต้องใช้เงินไม่น้อยเช่นกัน
เสิ่นลู่ซีคัดลอกตำรับโอสถลงบนผืนผ้า แล้วทบทวนดูอีกหลายรอบ ยืนยันว่าไม่ได้จดผิดพลาด จึงเก็บตำราโอสถเข้าที่
น้ำแร่วิญญาณเองก็มีผลต่อพิษร้อนชนิดนี้เช่นกัน หากผสมลงในน้ำโอสถจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพยา ทั้งยังเร่งการฟื้นตัวให้เร็วขึ้น
นางตักน้ำแร่วิญญาณใส่กระบอกไม้ไผ่จนเต็มทั้งสี่กระบอกแล้วนำออกมาจากมิติ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เสิ่นลู่ซีก็มอบหมายภารกิจในกองเกวียนให้หลิวชิงซานดูแล
"ท่านลุงใหญ่ วันนี้ข้าต้องออกไปข้างนอกสักครา เรื่องในกองเกวียนท่านช่วยสอดส่องดูแลก่อน ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าใกล้ตรอกด้านทิศใต้ของเมืองเด็ดขาด น้ำบาดาลที่ตักขึ้นมาต้องต้มให้เดือดก่อนดื่ม"
หลิวชิงซานพยักหน้า รับคำว่าไม่มีปัญหา
เสิ่นลู่ซีนำเงินและตำรับโอสถที่คัดลอกไว้ ไปที่ร้านยาอันดับแรก
เจ้าของร้านเห็นนางยื่นตำรับโอสถเข้ามา ก็รับไปพลิกดู แล้วเงยหน้าพิจารณ์นางแวบหนึ่ง
"แม่นางจะจัดยาเหล่านี้หรือ"
"เจ้าค่ะ ขอปริมาณมากหน่อย อย่างน้อยให้พอต้มยี่สิบหม้อ"
เจ้าของร้านสูดลมหายใจเฮือก "ยี่สิบหม้อ เช่นนั้นต้องใช้ตัวยามากเพียงใด แม่นางเป็นหมอหรือ"
