ตั้งแต่เรื่องสร้างเรือนถูกหยิบยกขึ้นมา บรรยากาศในกลุ่มก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
บ่ายวันนั้น หลิวชิงซานและหลี่ถางหนิวพกขวานเข้าป่าสนทางตะวันออกของตัวเมือง ทั้งสองโค่นต้นไม้จนถึงพลบค่ำจึงกลับมา ลากซุงสนหนาเท่าปากชามมาหกท่อน ไม้ยังคงมีกลิ่นยางสนสดติดอยู่
เสิ่นต้าซานและเสิ่นจินเป่าเริ่มอัดอิฐดินในลานว่างด้านหลังที่พัก
วิธีอัดอิฐดินนั้นหลิวผู้เฒ่าเป็นผู้สอน ใช้ดินเหลืองชื้นผสมเศษฟางและทราย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทลงในแบบไม้แล้วอัดให้แน่น ถอดแบบแล้ววางกลางแดด ตากแห้งก็ได้อิฐหนึ่งก้อน
“อิฐดินไม่กลัวฝนหรือ” หลี่ถางหนิวนั่งยองๆ เทดินลงแบบพลางถาม
“กลัวสิ พอสร้างเสร็จเลยต้องฉาบปูนขาวที่ผนังด้านนอกอีกชั้น แล้วทำชายคายื่นกว้างอีกหน่อย ฝนสาดไม่ถึงก็ไม่เป็นไร” เสิ่นต้าซานคนดินไปด้วยตอบไปด้วย “ปู่ข้าตอนอยู่ที่อำเภอชิงชวนก็อยู่เรือนอิฐดิน อยู่มาทั้งชีวิตก็ไม่เคยพัง”
เสิ่นลู่ซีฉวยโอกาสที่ทุกคนกำลังวุ่นวายเข้าร้านค้าสวรรค์ ไปเก็บมันเทศที่โตเต็มที่
นางขุดมันเทศขึ้นมาทีละหัว ใส่ตะกร้าไม้ไผ่จนเต็มถึงหกตะกร้าใหญ่
มันเทศในแปลงด้านนอกยังไม่ถึงเวลา มันเทศในมิติชุดนี้เหมาะจะเอาไปใช้เติมช่องว่างเสบียง
การสร้างเรือนเปลืองกำลังคน ผู้ทำงานย่อมกินจุ อาศัยเสบียงที่มีอยู่แค่เดิมคงอยู่ได้อีกไม่นาน มันเทศพวกนี้พอเอาไปหั่นตากแห้ง ครึ่งหนึ่งเก็บไว้กินเอง อีกครึ่งส่งไปร้านเบ็ดเตล็ดแลกเงิน
