หลังจากแบ่งเสบียงเรียบร้อย เสิ่นลู่ซีก็ไปที่โรงครัวตรวจสอบเครื่องปรุงและของแห้งที่พกติดตัวอีกครั้ง
เกลือยังเหลืออยู่อีกครึ่งกระปุก น่าจะพอใช้ไปได้อีกสักพัก
พริกแห้งและฮวาเจียวใกล้จะหมดแล้ว ซีอิ๊วก็เหลืออยู่เพียงกระบอกไม้ไผ่เดียว
นางสอบถามจากเถ้าแก่เนี้ย ร้านเบ็ดเตล็ดในเมืองยังเปิดอยู่ ราคาแพงกว่าข้างนอกสามส่วน แต่อย่างน้อยก็ยังพอหาซื้อของได้
ฉวยโอกาสที่ช่วงเช้าคนน้อย เสิ่นลู่ซีจึงพาหลิวชิงเหอไปที่ร้านเบ็ดเตล็ด
ร้านไม่ใหญ่ บนชั้นวางของมีสินค้าอยู่ประปราย แต่เครื่องปรุงพื้นฐาน น้ำมัน และเกลือยังพอมีอยู่บ้าง
เสิ่นลู่ซีซื้อเกลือสองจิน ฮวาเจียวห่อเล็ก พริกแห้งครึ่งจิน แล้วยังเลือกซื้อสบู่จากผลไม้สองก้อนกับเชือกปอหยาบหนึ่งม้วน
หลิวชิงเหอยืนมองอยู่ข้างๆ พลางบ่นพึมพำว่า “เกลือที่นี่แพงกว่าทางเราตั้งเกือบเท่าตัว”
“ซื้อได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว” เสิ่นลู่ซีจ่ายเงิน หยิบของใส่ถุงผ้า “ยิ่งเดินทางลงใต้ต่อไป เกรงว่าคงหาแม้แต่ร้านก็ไม่มีแล้ว”
ออกจากร้านเบ็ดเตล็ด หลิวชิงเหอชี้ไปยังร้านตีเหล็กที่เปิดประตูอยู่ฝั่งตรงข้าม “หลานสาว มีดทำครัวของเราบิ่นแล้ว จะเอาไปลับไหม”
เสิ่นลู่ซีคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ถือโอกาสดูว่ามีของเหล็กราคาถูกหรือไม่ ซื้อมีดดายหญ้าสำรองไว้อีกสักเล่ม”
นายช่างร้านตีเหล็กเป็นบุรุษใบหน้าดำคล้ำ นั่งยองอยู่ข้างเตาสูบเพื่อพักเหนื่อย
ได้ยินว่าจะลับมีด รับไปห้าเหวิน พอรับมีดทำครัวไปเพียงชั่วครู่ก็ลับจนเงาวับ
