รุ่งเช้าตรู่วันถัดมา เสิ่นลู่ซีจัดการเก็บกวาดดอกสายน้ำผึ้งแห้งที่สะสมไว้ในมิติเสียหนหนึ่ง
คัดดอกที่รูปทรงงามสมบูรณ์ใส่ถุงต่างหาก ดอกสมบูรณ์ สีสันสดใส ไร้เกสรแตกหัก ช่างเป็นของดีชั้นยอด ส่วนดอกที่ไม่สมบูรณ์ สีคล้ำ หรือแตกหักก็รวมไว้กองหนึ่ง เก็บไว้ใช้ปรุงยาเองคราวหลัง
คัดเสร็จก็ชั่งน้ำหนักของดีชั้นยอด หนักถึง 42 จิน
ตามที่เจ้าของร้านเบ็ดเตล็ดบอกว่าราคา 8 เหวินต่อจิน เที่ยวนี้คงขายได้ 336 เหวิน
หากรวมกับเงินเก็บที่มีอยู่ ก็จะทะลุ 3 ตำลึงเข้าไปแล้ว
นางแบ่งดอกสายน้ำผึ้งเป็นสองถุง ให้หลี่ถางหนิวช่วยแบก จากนั้นทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอ
เจ้าของร้านเบ็ดเตล็ดกำลังกวาดพื้นอยู่หน้าประตู พอเห็นนางสะพายถุงมาก็วางไม้กวาดพิงกำแพงทันที "เอาสายน้ำผึ้งมาแล้วรึ?"
"มาแล้วเจ้าค่ะ ข้าชั่งที่บ้านแล้ว รวม 42 จิน ท่านเจ้าของร้านต้องตรวจของดูก่อน"
เจ้าของร้านรับถุงมาเปิดออก คว้าหนึ่งกำมือมาตรวจดูใกล้ ๆ แล้วเอามาดมที่ปลายจมูก พยักหน้าติด ๆ กัน "ไม่มีปัญหา แต่..."
เจ้าของร้านลังเลเล็กน้อย เงยหน้ามองนางแวบหนึ่ง "ของนี่รูปทรงดีถึงเพียงนี้ ให้ 9 เหวินก็ไม่ขาดทุน พ่อค้ายานั่นให้ราคาตามของดีชั้นยอดมาน่ะ เอาแบบนี้ดีกว่า ข้าพาเจ้าไปพบเขา ให้เขากำหนดราคาเอง ข้าจะได้ไม่ต้องถูกต่อว่าทั้งสองฝ่าย"
ฟังดังนั้น เสิ่นลู่ซีก็พยักหน้ารับ เจ้าของร้านพานางไปยังโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ที่ปากทางเข้าอำเภอทันที
โรงเตี๊ยมไม่ใหญ่ มีสองชั้น ชั้นล่างจัดโต๊ะไว้ไม่กี่ตัวใช้เป็นห้องอาหาร ตรงที่นั่งริมหน้าต่างมีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ อายุราว 40 แต่งกายด้วยเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินคราม หวีผมเรียบแปล้ เล็บมือตัดแต่งสะอาดสะอ้าน มองเพียงครั้งเดียวก็รู้ว่าเป็นพ่อค้าที่ค้าขายมานาน
บนโต๊ะกางสมุดบัญชีเล่มหนึ่งอยู่ ข้าง ๆ วางตาชั่งขนาดเล็กและถ้วยยาทองแดงหนึ่งใบ
เจ้าของร้านรุดเข้าไปทักทาย "เจ้าของร้านฟาง ข้าพาคนมาให้ท่านถึงที่แล้ว นางคือแม่นางเฉินที่ข้าเคยเอ่ยถึง สายน้ำผึ้งเป็นของจากนาง"
