ค่ำวันนั้นเสิ่นลู่ซีก็เข้าสู่มิติ
นางมิได้ไปยังแปลงสมุนไพรก่อน มิได้ไปดูแปลงข้าว แต่มุ่งตรงไปยังหอคัมภีร์
บนชั้นหนังสือชั้นหนึ่งมีตำราเกษตรและตำราแพทย์วางเรียงอยู่หลายสิบเล่ม นางเคยผ่านตามาแล้วหลายรอบ ครานี้มิได้ต้องการหาตำราเพาะปลูกหรือรักษาโรค แต่เป็นตำราที่เกี่ยวข้องกับชลประทาน
นางจำได้ว่ามีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งว่าด้วยการชลประทานในแดนใต้ ภายในกล่าวถึงประวัติการขุดคูน้ำในท้องถิ่นต่างๆ ครานั้นเพียงพลิกผ่านคร่าวๆ มิได้อ่านอย่างละเอียด
ตรงมุมในสุดของชั้นหนังสือ นางพบตำรานั้นแล้ว ปกเหลืองซีด ไม่มีชื่อตำรา เพียงหน้าแรกเขียนว่า “บันทึกคูน้ำใต้”
เสิ่นลู่ซีนำตำราไปยังริมน้ำแร่วิญญาณ อาศัยแสงอ่อนๆ ที่สะท้อนจากน้ำแร่พลิกอ่านทีละหน้า
ในตำราบันทึกการสร้างคูน้ำของแต่ละเมืองในแคว้นใต้ไว้ทั้งหมด ตั้งแต่การสำรวจเลือกพื้นที่ ไปจนถึงการขุดคูผันน้ำ เขียนไว้อย่างละเอียด แต่ละช่วงล้วนกำกับปีและชื่อสถานที่
พลิกมาช่วงกลางค่อนไปทางท้าย นางเห็นข้อความตอนหนึ่ง
“รัชศกยงกั๋วศกสองวสันตฤดู อ๋องจิ้งรับพระราชโองการเสด็จตรวจใต้ เส้นทางผ่านตำบลหนานอันแห่งฉงโจว ทอดพระเนตรเห็นลำธารอุดมสมบูรณ์แต่พื้นที่กลับแห้งแล้ง จึงมีรับสั่งให้ช่างหลวงสำรวจภูมิประเทศ ขุดคูผันน้ำในแถบหมู่บ้านกู่ สร้างคูน้ำศิลายาวสามลี้เศษ หล่อเลี้ยงผืนนาร้อยหมู่ ครั้นคูน้ำแล้วเสร็จ อ๋องจิ้งทรงจารึกศิลาด้วยพระหัตถ์ ปักไว้ริมตลิ่ง”
