เย่ชิงเฉิงยืนรออยู่หน้าห้องลองเสื้อ พลางกอดอก
“อ้าว นี่ไม่ใช่คุณหนูใหญ่เย่หรอกเหรอ?”
เสียงแหลมใสพลันดังขึ้นจากด้านหลัง
เย่ชิงเฉิงคุ้นเสียงนี้ดี เธอขมวดคิ้วแล้วหันกลับไป
หญิงสาวคนหนึ่งกำลังควงแขนชายร่างอ้วนเดินเข้ามา
ฝ่ายหญิงสวมชุดสูทชาเนล คอห้อยสร้อยเพชร เชิดคางสูงลิ่ว เดินฉับ ๆ อย่างมั่นใจ
ซ่งฉิง คนของตระกูลซ่ง
ลูกหลานตระกูลใหญ่ย่อมมีเรื่องชิงดีชิงเด่นกันเป็นธรรมดา
ซ่งฉิงกับเย่ชิงเฉิงไม่ถูกกันมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เล็กจนโต ขอแค่เจอกัน สิ่งใดที่เย่ชิงเฉิงมี เธอก็ต้องแย่งชิงให้ได้ หากแย่งไม่สำเร็จก็พูดจาเหน็บแนม พอเหน็บแนมจบก็กลับมาแย่งอีก
ชายที่ยืนข้างเธอร่างใหญ่บึกบึน สร้อยทองที่คอหนากว่านิ้วมือ ใบหน้ามันเยิ้มเป็นเงา เวลาเดินเนื้อทั้งตัวสั่นกระเพื่อม
เฉินเชา คนของตระกูลเฉิน
เขาเป็นลูกหลานสายรองของตระกูลเฉิน หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ แม้จะเทียบกับสายหลักไม่ได้ แต่ในจงตู แค่เอ่ยชื่อแซ่เฉิน ใครบ้างจะไม่ไว้หน้าอยู่สามส่วน?
การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลร่ำรวยด้วยกันเป็นเรื่องปกติ
ซ่งฉิงแต่งกับเฉินเชา ถือว่าเหมาะสมกันทั้งฐานะและเป็นการจับมือกันอย่างแข็งแกร่ง
อย่างน้อยในใจซ่งฉิง เธอก็คิดว่าตัวเองเดินหมากได้เหนือกว่าเย่ชิงเฉิงเป็นหมื่นเท่า
ซ่งฉิงกวาดตามองเย่ชิงเฉิงตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาไล่จากใบหน้าไปถึงเรือนร่าง แล้ววกกลับมาที่ใบหน้า มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้น
“มาเดินช็อปปิงคนเดียวเหรอ? ก็สมควรอยู่หรอก น้องชายฉันตามจีบเธอตั้งนาน เธอยังไม่ตอบตกลง แล้วในจงตูจะมีใครกล้าจีบคุณหนูใหญ่เย่อย่างเธออีก? สงสัยคงต้องขึ้นคานไปทั้งชาติแล้วล่ะ”
คำท้าย ๆ เธอตั้งใจลากเสียงให้ยาว น้ำเสียงเชิดขึ้น ก่อนจะยกมือปิดปากหัวเราะคิก
เย่ชิงเฉิงมองเธอเงียบ ๆ แต่กำปั้นที่เกร็งแน่นทำให้ข้อนิ้วซีดขาว
น้องชายของซ่งฉิงชื่อซ่งรั่ง
เธอนึกถึงใบหน้าของซ่งรั่ง
นึกถึงเหล้าที่ถูกวางยาแก้วนั้น
นึกถึงความสิ้นหวังตอนที่เธอฟื้นขึ้นมาในไร่ข้าวโพด ร่างกายร้อนผ่าว สติพร่าเลือน ราวกับปลาที่ถูกโยนขึ้นฝั่ง
ซ่งฉิงไม่รู้เรื่องนั้น
เธอรู้แค่ว่าน้องชายตามจีบเย่ชิงเฉิงมานานแต่ไม่สำเร็จ จนทำให้ตระกูลซ่งขายหน้า
ในสายตาซ่งฉิง เย่ชิงเฉิงไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
