พระซื่อประนมมือทั้งสองข้าง สวดพระนามพระพุทธเจ้าเสียงหนึ่ง “อมิตาภพุทธะ อาตมาอยู่ในถ้ำแม่ทัพมาเจ็ดปีแล้ว ยอดฝีมือแบบไหนบ้างที่ไม่เคยพบ? แค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ไม่เห็นต้องตกใจอะไร”
เหลิ่งเฟิงไม่พูด เพียงพยักหน้า
เฉินสือยืนยิ้มประจบอยู่ข้าง ๆ ก่อนรินสุราให้ทั้งสามคนอีกครั้ง
เถี่ยเซียวเหยาคีบขาหมูขึ้นมากัด เคี้ยวจนน้ำมันเยิ้มเต็มปาก พูดเสียงอู้อี้ว่า “พี่เฉิน ข้างกายหลินเชวี่ยมีผู้ยอดฝีมืออยู่หรือเปล่า? ขั้นฟ้าน่ะ?”
เฉินอี้หมิงส่ายหน้า “ไม่มี ข้างกายเขามีแค่แก๊งฉลามดำ คนกลุ่มนั้นก็แค่พวกไร้ฝีมือ คนที่เก่งที่สุดคือยามคนหนึ่งในคลินิกของเขา ฝีมือยังไม่ถึงขั้นยอดฝีมือชั้นหนึ่งด้วยซ้ำ ส่วนยอดฝีมือขั้นฟ้าในข่าวลือนั่น ฉันเดาว่าคงเป็นคนที่ตระกูลเย่หรือตระกูลหลี่ส่งมาลับ ๆ ไม่มีทางเฝ้าเขาได้ตลอดเวลา”
พระซื่อหัวเราะ “ถ้าอย่างนั้นก็จัดการง่ายแล้ว เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนเดียว อาตมาเตะทีเดียวก็ส่งมันไปปรโลกได้!”
เหลิ่งเฟิงยกถ้วยชาที่เย็นชืดขึ้นจิบแล้ววางลง ยังคงไม่พูดอะไร
เฉินอี้หมิงมองพวกเขา มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
“ดี กินมื้อนี้เสร็จ พวกเราก็ไปกำจัดหลินเชวี่ย! ฉันจะไปด้วยตัวเอง ให้ตระกูลต่าง ๆ ในจงตูได้เห็นว่า ตระกูลเฉินยังคงเป็นตระกูลเฉิน ฟ้าก็ข่มขู่ไม่ได้...”
คลินิกฝูหลง
หน้าประตูมีคนต่อแถวยาวเหยียด คดเคี้ยวจากหน้าคลินิกไปจนถึงสุดถนนปูหินเขียว อย่างน้อยก็มีเป็นร้อยคน
ช่วงหลายวันมานี้ ชื่อเสียงของหลินเชวี่ยโด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ
หลังคลิปที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตเริ่มแพร่กระจาย คนที่มารักษาตัวที่คลินิกฝูหลงไม่ได้ลดลง กลับเพิ่มขึ้นเสียอีก
มีทั้งคนที่เดินทางมาจากทางเหนือของเมือง จากทางใต้ของเมือง และจากชานเมืองที่นั่งรถประจำทางมานานถึงสองชั่วโมง
ได้ยินมาว่าคนจากต่างเมืองก็เริ่มกระตือรือร้น อยากมาจงตูเพื่อให้หลินเชวี่ยรักษา
