หลินเชวี่ยหมอบอยู่บนหลังคารถ นิ้วมือค่อย ๆ กำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
พวกค้ามนุษย์!
ไม่นึกเลยว่ายุคนี้ยังมีพวกค้ามนุษย์อยู่
แถมยังกล้าลักพาตัวเด็กอย่างโจ่งแจ้ง ช่างสมควรตายนัก!
คนที่ไม่เคยพลัดพรากจากคนในครอบครัว ย่อมไม่รู้ว่าความเจ็บปวดจากการต้องแยกจากกันนั้นเป็นเช่นไร
หลินเชวี่ยสูญเสียคนในครอบครัวไปทั้งหมด จึงเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่และเด็กเหล่านั้นได้อย่างลึกซึ้ง
วันนี้เขาจะไม่ปล่อยเศษสวะพวกนี้ไปแม้แต่คนเดียว!
รถตู้ขับไปประมาณ 20 นาที ยิ่งไปก็ยิ่งห่างไกล จากตัวเมืองสู่ชานเมือง จากชานเมืองมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าเขารกร้าง
ถนนแคบลงและขรุขระขึ้นเรื่อย ๆ บ้านสองข้างทางก็น้อยลงทุกที สุดท้ายเหลือเพียงพื้นที่รกร้างโล่งเตียน
ไกลออกไป โรงงานร้างแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตา
กำแพงอิฐแดง หลังคาสังกะสี หน้าต่างแตกไปเกือบครึ่ง บนกำแพงมีคำขวัญสีซีดจางจากแดดลมจนตัวอักษรพร่าเลือน
บนลานโล่งหน้าโรงงานมีรถตู้จอดอยู่สิบกว่าคัน
ทั้งสีเทาเงิน สีขาว และสีน้ำเงิน มีทั้งรถเก่าและรถใหม่ปะปนกัน
รถตู้แล่นเข้าไปในลานแล้วดับเครื่อง
คนขับเปิดประตูลงจากรถ บิดขี้เกียจ จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบเฮือกใหญ่ ก่อนพ่นควันขาวออกมา
หญิงที่นั่งข้างคนขับลงมาด้วย อุ้มเสี่ยวเป่าลงจากรถ เด็กน้อยยังไม่ฟื้น ศีรษะเอียงพิงไหล่เธอแน่นิ่ง
ประตูรถตู้อีกหลายคันทยอยเปิดตามมา
ชายหญิงคู่หนึ่งลงมาจากรถแต่ละคัน ในอ้อมแขนของทุกคนมีเด็กอยู่คนหนึ่ง
เด็กเหล่านั้นดูเหมือนจะถูกวางยาสลบ ไม่มีใครสักคนได้สติ
หลินเชวี่ยหมอบอยู่บนหลังคารถ สายตากวาดผ่านรถตู้สิบกว่าคันและชายหญิงที่อุ้มเด็กอยู่ ก่อนจะหยุดลงที่กลุ่มเด็กเหล่านั้น
