“ไม่ได้!” หลินเชวี่ยขมวดคิ้ว พูดจบก็ขยับตัว
ไม่ใช่การพุ่งเข้าใส่ ไม่ใช่การวิ่ง แต่เป็นเพียงก้าวหนึ่ง
เป็นก้าวที่เบาหวิว ราวกับยกเท้าขึ้นแล้ววางลงอย่างไม่ใส่ใจระหว่างเดินเล่น
แต่หลังจากก้าวนั้นออกไป ตัวเขาก็เปลี่ยนไป
เสื้อเชิ้ตสีขาวไม่ไหวติงท่ามกลางลมยามค่ำ ใต้เท้าไม่มีฝุ่นฟุ้งแม้แต่น้อย กระทั่งเสียงสักแอะก็ไม่เกิดขึ้น
แต่ดวงตาของเสิ่นหย่งเบิกกว้างในทันที เขาเห็นว่าชั่วขณะที่เท้าของหลินเชวี่ยแตะพื้น ถนนลาดยางใต้เท้าก็แตกร้าว
รอยร้าวแผ่จากพื้นรองเท้าของหลินเชวี่ยออกไปโดยรอบราวกับใยแมงมุม ทั้งถี่ละเอียด เงียบเชียบ และรวดเร็วจนเหลือเชื่อ
รูม่านตาของเสิ่นหย่งหดวูบ
ยอดฝีมือขั้นฟ้า!
ยอดฝีมือขั้นฟ้าที่อยู่ข้างกายหลินเชวี่ย ที่แท้ก็คือตัวหลินเชวี่ยเอง!
เสิ่นหย่งคิดจะถอย เท้ายกขึ้นแล้ว แต่ร่างกายยังไม่ทันได้ขยับ
หลินเชวี่ยก็ปรากฏตัวตรงหน้าเขาแล้ว
ไม่ได้เดินเข้ามา แต่เป็นการเคลื่อนย้ายพริบตา
ราวกับสายลม ราวกับลำแสง ราวกับแทรกตัวออกมาจากความว่างเปล่าโดยตรง
ระยะห่างระหว่างทั้งสองจากสิบเมตรเหลือเพียงหนึ่งเมตร ไม่มีช่วงรอยต่อแม้แต่น้อย
เสิ่นหย่งยังมองไม่ทันด้วยซ้ำว่าหลินเชวี่ยทำได้อย่างไร
เขามีชีวิตมามากกว่าครึ่งค่อนชีวิต พบเจอยอดฝีมือมาไม่น้อย
ขั้นสว่าง ขั้นเร้น ขั้นแปรสภาพ เขาล้วนเคยประมือมาแล้ว แต่ไม่เคยพบความเร็วเช่นนี้มาก่อน
ไม่สิ นี่ไม่ใช่ความเร็วแล้ว แต่เป็นบางสิ่งที่อยู่เหนือความเร็ว
ยอดฝีมือขั้นฟ้า ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
ในรูม่านตาของเสิ่นหย่งสะท้อนใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาของหลินเชวี่ย และมือข้างหนึ่งที่ยื่นเข้ามา
