“ผมคือหลินเชวี่ย”
สิ้นเสียง ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังฝูงชน
แผ่วเบาเหลือเกิน ทว่ากลับเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในหูของทุกคน
ฝูงชนแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ
หลินเชวี่ยก้าวยาว ๆ เข้ามา สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ สะพายกระเป๋าขาด ๆ อายุยี่สิบต้น ๆ หน้าตาสะอาดสะอ้าน ดูอ่อนโยน
แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเย็นชาเสียจนไม่มีใครกล้าสบตา
พอหลินเฉียนเฉี่ยเห็นเขา สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
“หลินเชวี่ย! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย รีบไป! ไปเร็วเข้า!”
หลี่เยี่ยนคว้าตัวเธอไว้แล้วดึงไปหลบด้านหลัง “ชู่ว์! อย่าไปสนใจเขาเลย เดี๋ยวเรื่องจะพาลมาถึงตัวเรา คนธรรมดาอย่างเราไม่เกี่ยวด้วย ถ้าหลินเชวี่ยจะไปคลุกคลีกับพวกนั้น เราก็ห้ามไม่ได้”
หลินเฉียนเฉี่ยดิ้นรนจะพุ่งเข้าไป แต่หลี่เยี่ยนกอดเธอไว้แน่น
หลินเชวี่ยไม่สนใจพวกเธอ เดินตรงไปกลางลาน ยืนข้างเกาหู่ แล้วมองไปทางจงฉี่ฝาน
จงฉี่ฝานกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
เสื้อผ้าขาด ๆ กระเป๋าเก่า ๆ ดูแล้วอายุแค่ยี่สิบต้น ๆ หน้าตาก็สะอาดสะอ้าน ราวกับนักศึกษามหาวิทยาลัย
แค่นี้เองหรือ?
ฟู่หยุน ชายสวมชุดสีเขียววัยราวสี่สิบที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา กลับหรี่ตาลงเล็กน้อย
ไอ้หนุ่มนี่...เดินไม่มีเสียงเลย
จงฉี่ฝานเอ่ยถาม “นายรู้จักจงเสวียน ลูกชายฉันไหม?”
หลินเชวี่ยมองเขา ไม่ตอบ
สามวินาทีต่อมา
หลินเชวี่ยเอ่ยขึ้น “เขาตายแล้ว”
สี่คำนี้ราวกับระเบิดที่ถูกโยนลงกลางผิวน้ำอันสงบนิ่ง
ทั้งลานพลันแตกฮือ
“อะไรนะ?!”
“ตายแล้ว?!”
ขาของหลี่เยี่ยนอ่อนยวบ ทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
