“เฮย... หัวหน้าเฮย...”
รูม่านตาของหลี่เยี่ยนหดแคบลงทันที นางจ้องเฮยผีที่ก้าวยาว ๆ มาหยุดยืนข้างหลินเชวี่ย สมองพลันระเบิดเสียงดังสนั่น ร่างทั้งร่างแข็งทื่ออยู่กับที่
หัวหน้าแก๊งฉลามดำงั้นหรือ?
บุคคลผู้ทรงอิทธิพลในโลกใต้ดินของจงตู แค่กระทืบเท้าก็ทำให้คนครึ่งเมืองสั่นสะเทือนได้!
ทั้งมีอำนาจและอิทธิพล โหดเหี้ยมเด็ดขาด เป็นคนที่ผู้คนมากมายต่อให้พยายามแทบตายก็ยังไม่มีโอกาสได้ตีสนิท แต่ตอนนี้กลับมายืนอยู่ในลานบ้านโทรม ๆ ของนางอย่างสงบ แถมยังคอยปกป้องหลินเชวี่ย ลูกบุญธรรมของนางอยู่ข้างกายอีกด้วย?!
“ลูกชาย!” หลี่เยี่ยนแอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนคว้าแขนหลินเชวี่ยไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและตื่นเต้นจนแทบไม่อยากเชื่อ นางกดเสียงต่ำแต่ก็ยังปิดบังความสั่นเครือไม่มิด “ลูก... ลูกรู้จักคนใหญ่คนโตที่เก่งกาจขนาดนี้ด้วยเหรอ? แม่เลี้ยงลูกมาไม่เสียเปล่าจริง ๆ ลูกนี่เก่งมาก!”
หลินเชวี่ยกวาดตามองจงฉี่ฝานกับพวกที่ยืนหน้าซีดอยู่ด้านนอกลานบ้าน ก่อนเอ่ยเสียงเรียบด้วยแววตาเย็นชา “วันนี้มันพาคนมาบุกบ้านเรา แล้วยังมาก่อเรื่องเหมือนลูกชายสารเลวของมันอีก สุดท้ายก็ต้องกลับไปมือเปล่าอยู่ดี”
“ถุย ๆ ๆ! อย่าพูดเหลวไหลสิ!” หลี่เยี่ยนตกใจจนแทบเสียขวัญ “นั่นเถ้าแก่จงนะ! คนมีเงินมีอำนาจในจงตู ลูกอย่าไปหาเรื่องเขาอีกเลย ชาวบ้านธรรมดาอย่างเราไปมีเรื่องกับเขาไม่ไหวหรอก!”
เฮยผีบังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ จึงหันไปมองหลี่เยี่ยน บนใบหน้าไม่มีความหยิ่งผยองของหัวหน้าแก๊งแม้แต่น้อย กลับแฝงความเคารพและกระดากใจอยู่หลายส่วน
“พี่สาวพูดเล่นแล้วครับ การได้รู้จักคุณหลินต่างหากที่เป็นวาสนาในชีวิตของผม คุณหลินมีวิชาแพทย์สูงส่งถึงขั้นช่วยคนจากความตายได้ ต่อหน้าคุณหลินแล้ว ผมไม่นับเป็นอะไรเลย!”
สิ้นคำ ทุกคนในลานบ้านต่างตะลึงงัน!
จงฉี่ฝานที่ก่อนหน้านี้ยังวางอำนาจบาตรใหญ่อยู่ พอเห็นเฮยผีปรากฏตัว สีหน้าก็หม่นลงทันที ราวกับมีเมฆดำปกคลุม แววตาคมกริบราวคมมีด
“เฮยผี แกหมายความว่ายังไง? มาขวางทางฉันถึงนี่เลยหรือ?”
“เถ้าแก่จง ช่วยเห็นแก่หน้าผมสักครั้ง พี่หลินคนนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของผม คุณจะเล่นงานใครก็ได้ แต่ห้ามแตะต้องเขาเด็ดขาด”
