สีหน้าของหยางเฉิงไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
กระบี่ไม้ในมือ
กระบี่แรกฟาดฟันเงาโลหิตเกลื่อนฟ้าและคลื่นโลหิตมหึมา
กระบี่ที่สองฟาดฟันฝ่ามือของเซียนร่างเตี้ยอ้วน
“ฉัวะ!”
“กร๊อบ!”
เสียงแตกสลายสองเสียงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
เงาโลหิตดุร้ายเกลื่อนฟ้าและคลื่นโลหิตมหึมาถูกผ่าแยกออกจากกัน แยกไปคนละด้าน เผยให้เห็นใบหน้าอันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของนักพรตเสวี่ยพั่วที่อยู่เบื้องหลัง
เงาโลหิตสลาย คลื่นโลหิตม้วนย้อนกลับ
แม้แต่กฎเกณฑ์โลหิตอำมหิตที่แฝงอยู่ภายใน ก็ยังถูกพลังเต๋าในลำแสงกระบี่ฟาดทำลายจนสิ้น
ฝ่ามือยักษ์ของ “มนุษย์ทองแดง” ที่แปลงมาจากเซียนร่างเตี้ยอ้วนส่งเสียงโลหะกระทบกันดัง “เคร้ง” กลางฝ่ามือมีบาดแผลลึกจนเห็นกระดูก เลือดเซียนสีทองคล้ำพุ่งกระฉูดออกมา
“อะไรนะ?”
“เป็นไปไม่ได้!”
นักพรตเสวี่ยพั่วกับเซียนร่างเตี้ยอ้วนร้องอุทานอย่างไม่อยากเชื่อพร้อมกัน ก่อนจะถอยกรูด
บนใบหน้าของทั้งคู่ไม่เหลือความสงบนิ่งแม้แต่น้อย มีเพียงความหวาดผวา
เพียงสองกระบี่ก็ทำลายกระบวนท่าสังหารและการป้องกันที่พวกเขาฝึกฝนมาอย่างยากลำบากหลายปีได้แล้ว
กระทั่งพวกเขายังมองไม่ออกด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายใช้พลังหรืออิทธิฤทธิ์ใด
“ขั้นสิบ? เจ้าเป็นยอดฝีมือเฒ่าที่ซ่อนตัวอยู่ในพิภพนี้สินะ”
เสียงของนักพรตเสวี่ยพั่วแหลมสูง แสงโลหิตในดวงตาวูบไหวอย่างบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งเจตนาต่อสู้ เหลือเพียงความคิดที่จะหนีไปให้พ้นโดยเร็ว
เขาเข้าใจแล้วว่าตนเตะโดนแผ่นเหล็กเข้าให้ แถมยังเป็นแผ่นเหล็กเผาแดงเสียด้วย
ส่วนเซียนร่างเตี้ยอ้วนยิ่งหน้าซีดเผือด
