เมฆาเซียนลอยวน เสียงมรรคาแผ่วล่องลอย
สองดวงเทพจิตที่เลือนรางจนแทบสลาย หนีเตลิดเข้าไปในประตูสำนัก ตลอดทางสร้างความแตกตื่นให้ศิษย์และผู้อาวุโสนับไม่ถ้วน ก่อนจะไปคุกเข่าลง ณ เบื้องหน้าอารามมรรคาโบราณแห่งหนึ่งในส่วนลึกของสำนักหลัวฝู
อารามมรรคาไร้นาม มีเพียงป้ายหนึ่งแผ่นซึ่งจารึกอักษรสองคำว่า หลัวฝู
สถานที่แห่งนี้คือหนึ่งในสถานบำเพ็ญสูงสุดของแดนเซียน เป็นที่พำนักปลีกวิเวกของเซียนจุนเฉียนหยวน เจ้าสำนักหลัวฝู
“เจ้าสำนัก ช่วยชีวิตด้วย!”
“มดปลวกจากพิภพหงเหมิงนั่นทำลายร่างเซียนของข้า ทั้งยังทำร้ายเทพจิต ขอเจ้าสำนักโปรดให้ความเป็นธรรมแก่พวกข้าด้วย!”
เทพจิตสองดวงร่ำไห้คร่ำครวญอย่างเจ็บปวด พวกเขาคือเซียนสองคนที่เข้ายึดร่างของโจวเช่อและหลินซู
ร่างแท้จริงของทั้งสองเป็นศิษย์สำนักหลัวฝู มีตบะขั้นเซียนสูงสุดทั้งคู่ ได้รับคำสั่งให้แฝงตัวในพิภพหงเหมิง คอยวางแผนอย่างลับ ๆ เพื่อปูทางให้แดนเซียนลงมา
เดิมทีคิดว่าเป็นงานง่าย ๆ ไม่คาดเลยว่าแผนการที่วางไว้นับร้อยปีจะพังทลายในชั่วข้ามคืน แม้แต่เทพจิตของร่างแท้จริงก็เกือบดับสูญ สุดท้ายหนีกลับมาได้เพียงเทพจิตที่ไม่สมบูรณ์
มิติพลันไหวกระเพื่อม
ร่างหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
เป็นนักพรตหนุ่มในชุดเต๋าเรียบง่าย ใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลา ทว่าดวงตากลับเปี่ยมริ้วรอยแห่งกาลเวลา ประหนึ่งผ่านพ้นหมื่นยุคสมัยและมองทะลุโลกีย์มาแล้ว
เขาคือเซียนจุนเฉียนหยวน เจ้าสำนักหลัวฝู ผู้บำเพ็ญขั้นต้าหลัวเซียนทองความปั่นป่วนปฐมกาล
หากหยางเฉิงอยู่ที่นี่ เขาคงจำได้แน่ว่าใบหน้าของนักพรตผู้นี้คล้ายคลึงกับหยางซิ่ว “องค์ชายหก” ของเขาในอดีตถึงเจ็ดส่วน
เซียนจุนเฉียนหยวนกวาดตามองปฐมวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ทั้งสองบนพื้นอย่างเฉยชา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “ผู้ที่เอาชนะพวกเจ้า คือคนจากอารามมรรคาเมฆหมึกหรือ?”
“ใช่แล้ว เจ้าสำนัก!”
