“ครืน!”
โลกทั้งใบสั่นสะเทือน
มิใช่การสั่นสะเทือนเพราะกำลังพังทลาย หากเป็นการสั่นสะเทือนแห่งการเกิดใหม่
ในแม่น้ำยมโลกอันขุ่นมัว มีตะไคร่น้ำงอกขึ้นตรงก้นแม่น้ำ ปลาตัวเล็กโปร่งแสงเริ่มแหวกว่าย
บนผืนดินรกร้างบางแห่ง ยอดหญ้าอ่อนสีเขียวผลิพ้นดิน แม้จะขึ้นประปราย แต่ก็เป็นสัญญาณแห่งชีวิตอย่างแท้จริง
เหล่าผีทหารที่พเนจรอยู่หยุดฝีเท้า แสงวิญญาณริบหรี่เริ่มวูบไหวในเบ้าตากลวงโบ๋
ณ ที่สูงขึ้นไป ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นลึกล้ำ เมฆเริ่มรวมตัว สายลมเริ่มพัดผ่าน เสียงฟ้าร้องแผ่วเบากำลังก่อตัวอยู่ในส่วนลึก
“ระเบียบ” อันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเริ่มก่อตัวและเติบโตขึ้นในโลกแห่งนี้
หยางเฉิงยืนอยู่กับที่ รับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
เขารู้สึกว่าภาระอันหนักอึ้งบนบ่า ที่ต้องแบกรับทั้งมหาวิถีและวิถีสวรรค์ พลันเบาลง
ไม่สิ มิใช่เบาลง แต่มีคนรับช่วงต่อไปแล้ว
นับแต่นี้ไป วิถีสวรรค์ของโลกนี้คือสวี่ซือเยว่
ส่วนเขา เพียงเป็นนายแห่งโลกใบนี้ เป็นผู้ชักกระบี่ปกป้องมันก็พอ
ติ๊ง!
[ยินดีกับโฮสต์ที่ไม่ทราบว่าใช้วิธีใดต่อกรกับวิถีสวรรค์ ช่วยสวี่ซือเยว่ ผู้มีเจตจำนงกลายพันธุ์แห่งวิถีสวรรค์เอาไว้ได้ และรักษาสำนึกตนของนางไว้ได้สำเร็จ]
[จิตสวรรค์นิรันดร์ได้รับการมอบให้แล้ว]
หยางเฉิงสัมผัสรับรู้เล็กน้อย
จิตสวรรค์นิรันดร์สามารถรับรู้ วิเคราะห์ คัดลอก และผสานกฎเกณฑ์กับอิทธิฤทธิ์ทุกชนิดที่เคยสัมผัสได้
การคัดลอกและผสานต้องใช้พลังบำเพ็ญที่สอดคล้องกัน อีกทั้งประสิทธิผลต่อเป้าหมายที่เหนือกว่าขอบเขตของตนมากเกินไปยังมีจำกัด
หยางเฉิงถึงกับชะงักลมหายใจ
ความสามารถของจิตสวรรค์นิรันดร์ช่าง…
พลันนึกถึง “ผนึกน้ำแข็งหมื่นยุค” ที่เซียนสตรีฉื่อเลี่ยนใช้เป็นกระบวนท่าสุดท้าย พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แช่แข็งทุกสิ่งได้
